The Education Department of Bangkok Archdiocese

thzh-CNenitja

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 1

(ภาพจาก https://askopinion.com)

 

ปัญหาสุขภาพจิต ของวัยรุ่นไทย เมื่อความสัมพันธ์เป็นเหตุ

           ในยุคสมัยปัจจุบัน วลีที่ว่า “วัยรุ่นมันเจ็บปวด” ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยธรรมดา แต่กลายเป็นปัญหาที่มีผลสำรวจยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

           ช่วง “วัยรุ่น” คือ ช่วงสำคัญที่เด็กคนหนึ่งกำลังจะพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ ทั้งในทางชีวภาพ และในทางสังคม สถานที่ที่เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่มักไม่พ้น “บ้าน” หรือ “โรงเรียน” แต่เชื่อหรือไม่ว่าทั้ง 2 สถานที่กลับไม่ใช่ safe zone ของพวกเขา

 

           วัยรุ่นไทยจำนวนมากเสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้า บางคนเคยมีความคิดฆ่าตัวตาย

ที่สำคัญไปกว่านั้น หลาย ๆ คนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา

 

           เป็นวัยรุ่นนั้นเจ็บปวดอย่างไร และทำอย่างไร เราจะเข้าใจคนในช่วงวัยนั้น เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ทั้งในเชิงตัวบุคคลไปจนถึงเชิงโครงสร้างทางสังคม

 

วัยรุ่นไทย เสี่ยงซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

           ช่วงเวลาวัยรุ่น (อายุระหว่าง 10 -19 ปี) เป็นช่วงเวลาที่คนคนหนึ่งเติบโตทั้งในทางร่างกายและจิตใจ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ มีวัยรุ่นที่เสี่ยงเป็น “ภาวะซึมเศร้า” (de-pression) เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในไทย แต่เป็นปัญหาของทั้งโลก ภาวะซึมเศร้าเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากในวัยรุ่นทั่วโลก มีผลการศึกษาว่าระหว่างปี ค.ศ. 2005 - 2015 พบว่าอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นถึง 18.4 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่า ภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการสูญเสียปีสุขภาวะของวัยรุ่น ที่มีช่วงอายุระหว่าง 15-19 ปี

           ย้อนกลับมาดูภาวะซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่นไทยกันบ้าง เคยมีงานวิจัย เรื่อง ความชุกของภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงฆ่าตัวตาย สำรวจข้อมูลจากวัยรุ่นอายุระหว่าง 11-19 ปีทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,345 คน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. 2561 ก่อนจะได้ข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า วัยรุ่นกลุ่มตัวอย่างมีมากถึง 2 ใน 3 ที่มีภาวะซึมเศร้า แบ่งเป็นซึมเศร้าเล็กน้อย 49.8% ซึมเศร้าปานกลาง 13.2% ซึมเศร้ามาก 3.29 และซึมเศร้ารุนแรง 0.7% โดยเพศหญิงจะมีความเสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้ามากกว่าเพศชาย

           งานวิจัยดังกล่าว ยังให้ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงจะฆ่าตัวตายที่น่าสนใจว่า วัยรุ่นกลุ่มตัวอย่าง เคยคิดอยากตาย 20.5% เคยคิดฆ่าตัวตาย 5.1% และเคยพยายามฆ่าตัวตาย 6.4%

           ทั้งนี้ ยังพบความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้า และความเสี่ยงจะฆ่าตัวตาย โดยวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงจะฆ่าตัวตายมีโอกาสจะมีภาวะซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่ไม่มีความเสี่ยงจะฆ่าตัวตายถึงเกือบสิบเท่า

           ข้อสรุปจากงานวิจัยดังกล่าวพบว่า วัยรุ่นกลุ่มตัวอย่างในสถาบันการศึกษาประมาณ 2 ใน 3 มีแนวโน้มจะมีปัญหาทางอารมณ์ไปจนถึงมีภาวะซึมเศร้า จึงควรได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งการให้ความสำคัญกับระบบคัดกรองสุขภาพจิตทั้งในสถาบันการศึกษา การพัฒนาระบบส่งต่อไปยังสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงต้องช่วยกันสร้างระบบป้องกันปัญหาสุขภาพจิต และจัดบริการด้านสุขภาพจิตในหมู่วัยรุ่นในเขตบริการสุขภาพทั่วประเทศ

 

นี่คือ "สัญญาณ" ถึงปัญหาในหมู่วัยรุ่นที่น่าจับตา

 

อุปสรรคในการแก้ปัญหา ซึมเศร้าของวัยรุ่น

           ทำไมปัญหา “ภาวะซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่น” ถึงควรจับตาอย่างใกล้ชิด พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการ

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์เคยให้ข้อมูลไว้ว่า “เป็นเพราะอาการซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่นจะดูออกได้ยาก เพราะมักแสดงอาการก้าวร้าว หรือหันไปหาสิ่งที่เบียงเบนความสนใจเพื่อหนีจากโลกความเป็นจริง เช่น ติดเกมหรือเซ็กซ์"

           ปัญหาซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่นอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

           วิธีการรับมือกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าที่ดีที่สุดคือ การรับฟังและชวนเขามารับการรักษา อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน พ.ร.บ.สุขภาพจิตยังมีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับการรักษาของวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะถ้าจะมารักษาต้องพาผู้ปกครองมาด้วย แม้ผู้เกี่ยวข้องจะมองว่า ในเบื้องต้นวัยรุ่นสามารถขอเข้ารับคำปรึกษาได้ แต่หากเข้าสู่การรักษายังคงจำเป็นต้องมีผู้ปกครองร่วมด้วยเช่นเดิม

           อีกปัญหาที่พบคือ กลไกการแก้ไขปัญหา รวมถึงความช่วยเหลือที่รัฐใช้ในปัจจุบัน ยังมุ่งเน้นที่โทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก ในขณะที่วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยจะหันไปแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านทวิตเตอร์

           ล่าสุด กรมสุขภาพจิตร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามและ Social Influencer 3 เพจดัง จัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตาย หรือ HOPE Task Force (Helpers of Psychiatric Emergency) ซึ่งหมายถึง ผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตฉุกเฉิน โดยทีมปฏิบัติการดังกล่าว จัดตั้งขึ้นเพื่อนำมาใช้ดูแลช่วยเหลือผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบหรือมีสัญญาณเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายในโลกโซเชียลให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

 

สำรวจ “สาเหตุ” ซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่น

           ในยุคของโลกออนไลน์ที่หลาย ๆ คนใช้โซเชียลมีเดียเป็นสถานที่แสดงความคิดเห็น และแสดงออกถึงปัญหาในชีวิต และสภาพอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น

           โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ที่ผู้ใช้งานหลักเป็นวัยรุ่น และข้อดีคืออนุญาตให้แสดงความเห็นแบบนิรนามได้ ทำให้มีวัยรุ่นหลาย ๆ คนใช้แพลตฟอร์มออนไลน์นี้ระบายความในใจ เราจึงสำรวจข้อความเกี่ยวกับ "โรคซึมเศร้า" ในทวิตเตอร์ พร้อมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ ที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นกัน เช่น เว็บไซต์พันทิป (pantip.com) เว็บไซต์เด็กดี (www.dek-d.com)

           สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเก็บข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคม 2562 - เดือนมิถุนายน 2563 พบ ข้อความ “ระบายอารมณ์” บนทวิตเตอร์ เว็บไซต์พันทิปและเด็กดีรวมกันสูงถึง 117,180 ครั้ง!

           หัวข้อที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ การรักษา 44% (51,804 ข้อความ) เช่น การบอกเล่าถึงประสบการณ์ การเข้ารักษา การรับประทานยา ตามมาด้วยความคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า 19% (22,424 ข้อความ) ต้องการกำลังใจ 16% (18,586 ข้อความ) อยากตาย/อยากฆ่าตัวตาย 10% (11,714 ข้อความ) และอื่น ๆ เช่น เยียวยาด้วยศิลปินที่ช่วยเพิ่มความสุข 1% (1,203 ข้อความ)

 

ข้อความที่วัยรุ่นระบายอารมณ์ซึมเศร้า 

บนสื่อออนไลน์

 

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 2

 

ตัวอย่างข้อความบนเว็บไซด์

 

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 3

 

           เมื่อสำรวจถึง “สาเหตุ” ของการเป็นโรคซึมเศร้า มีการกล่าวถึง 84,520 ข้อความ พบว่า เรื่องความสัมพันธ์มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 55,828 ข้อความ ตามมาด้วยการเรียน 12,302 ข้อความ ความรุนแรง 6,884 ข้อความ ปัญหาทางเศรษฐกิจ 3,534 ข้อความ การกลั่นแกล้ง 3,427 ข้อความ หน้าที่การงาน 2,483 ข้อความ และอื่น ๆ เช่น การโดนละเมิด 82 ครั้ง โดยหากลงลึกข้อมูลสาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้าเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์ จะสามารถแยกได้ออกเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ ความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และคู่ชีวิต

 

สาเหตุของการเป็นซึมเศร้าในวัยรุ่น

 

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 4

 

เมื่อบ้านไม่น่าอยู่ โรงเรียนไม่ปลอดภัย

          องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF ให้คำนิยาม “วัยรุ่น” ไว้ว่า หมายถึง "ช่วงทศวรรษที่สองของชีวิต เป็นช่วงวัยของโอกาสและการเปลี่ยนแปลงที่ต้องได้รับการคุ้มครองและการเอาใจใส่เป็นพิเศษ" ปัจจุบันไทยมีวัยรุ่น อายุ 10- 19 ปี ประมาณ 8.7 ล้านคน คิดเป็น 13% ของประชากรทั้งหมด

            สถานที่ที่วัยรุ่นไทยจะใช้ชีวิต ใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ เชื่อว่าจะมี 2 สถานที่หลัก นั่นคือ “บ้าน” และ “โรงเรียน” ที่หลาย ๆ คนขนานนามว่าเป็นบ้านหลังที่สอง ส่วนครูก็เป็นพ่อแม่คนที่สอง

            แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่ว่าจะบ้านหลังแรก-หลังที่สองจะผู้ปกครองหรือคุณครู ต่างก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สถานที่ ที่วัยรุ่นไทยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ไม่ปลอดภัย ไม่น่าอยู่ ไม่เป็น safe zone สำหรับพวกเขา

 

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 5

(ภาพจาก แฟ้มอัลบั้ม)

 

            ในช่วงการแพร่ระบาดของวิกฤต COVID-19 ที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ และต้องเปลี่ยนการเรียนการสอนมาใช้ระบบออนไลน์ วัยรุ่นหลายคนสะท้อนว่ามีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับ “คนที่บ้าน” ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรม การเรียนออนไลน์ การใช้โทรศัพท์มือถือ และการใช้งานคอมพิวเตอร์ ทำให้ทะเลาะกับผู้ปกครอง บางรายถูกทำร้ายร่างกาย หลายคนสอบถามวิธีรับมือกับความเศร้า

            ข้อมูลดังกล่าวยังไม่รวมไปถึงสถานการณ์การเมืองไทยในช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ที่เยาวชนจำนวนมากออกมาชุมนุม เคลื่อนไหวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง ที่กลายเป็น generation gap ระหว่างคนต่างวัยที่เห็นต่างกัน แต่บางครั้งก็ยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน

            เมื่อไปยังโรงเรียนก็ยังพบกับปัญหาที่อาจส่งผลกระทบกับการศึกษาเล่าเรียนไปจนถึงการหลุดจากระบบการศึกษานั่นคือปัญหาการ "กลั่นแกล้ง” (bully) ในโรงเรียน

            มีข้อมูลน่าสนใจจาก PISA หรือโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment) ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีในการวัดทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนอายุ 15 ปี ทั้งด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ทุก ๆ 3 ปี เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ กว่า 80 ประเทศทั่วโลก

 

ตัวอย่างข้อความบนเว็บไซต์

 

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 6

29 มิ.ย 64 วัยรุ่นโรคซึมเศร้า 7

 

            สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ PISA ไม่ได้ประเมินแค่ผลสัมฤทธิ์ของระบบการศึกษา แต่ยังประเมิน “ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน” โดยเฉพาะเรื่องสภาพแวดล้อมในการเรียน ซึ่งชี้ว่าการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนจะกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กวัยเรียน โดยรายงานของ PISA ประจำปี ค.ศ. 2018 พบว่า นักเรียนไทย 27% ระบุว่าเคยถูกกลั่นแกล้งเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอื่น ๆ ซึ่งอยู่ที่ 23%

            ผลจากการถูก bully ในโรงเรียน ส่งผลให้เด็กวัยเรียน ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน ไม่มีความสุขในการไปโรงเรียน กระทบต่อความสามารถในการเรียนรู้โดยเฉพาะทักษะในการอ่าน ซึ่งรูปแบบการกลั่นแกล้งส่วนใหญ่มักเป็นทางวาจา ทางความสัมพันธ์ และทางกายภาพ ตามลำดับ

            *** โดยนักเรียนไทย 77% เห็นว่า ต้องการคนช่วยเหลือให้กับนักเรียนที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้  *** 

 

อาการของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น : 

            1. มีความรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง

            2. นอนหลับยาก หรือนอนหลับมากกว่าปกติ

            3. ระบบย่อยอาหาร หรือน้ำหนักเปลี่ยนไป

            4. อารมณ์แปรปรวน โกรธ หงุดหงิดง่าย

            5. ไม่รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินหรือสนใจต่อสิ่งที่เคยชอบ

            6. ไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำไม่ดีปวดหัวหรือปวดตามร่างกายที่หาสาเหตุไม่ได้

            7. ขาดแรงจูงใจในการทำภารกิจสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วง

            8. เหนื่อย เพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง

 

            มีคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า หากมีภาวะซึมเศร้าจะสามารถป้องกันไม่ให้ป่วยจนเป็นโรคซึมเศร้าได้อย่างไรบ้าง อาทิ คุยกับคนที่ไว้ใจเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้เศร้า ทำกิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุข ไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวบ่อย ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาที รับประทานอาหารและนอนให้เป็นเวลา งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามใช้ยาเสพติด เพราะจะทำให้ซึมเศร้ามากขึ้น

            WHO ยังให้คำแนะนำว่า ให้ผู้มีอาการซึมเศร้า “ทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนเป็นได้” (ทั่วโลกมีคนเป็นซึมเศร้ามากกว่า 260 ล้านคน มีทุกเพศ ทุกเชื้อชาติทุกช่วงวัย) และการพบแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา เพื่อรับการดูแลช่วยเหลือ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการรักษา โดยหากมีความคิด “ไม่อยากอยู่ อยากทำร้ายตัวเอง” ให้รีบขอความช่วยเหลือจากบุคลากรสาธารณสุขโดยด่วน

 

ช่องทางให้คำปรึกษา

            ปัจจุบัน มีภาครัฐและภาคเอกชนเปิดให้คำปรึกษาฟรี อาทิ

            1. สายด่วน : กรมสุขภาพจิต 1323 สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย 02-713-6793

            2. แอปพลิเคชั่นให้คำปรึกษา เช่น www.lovecarestation.com, Ooca (เสียค่าใช้จ่าย)

 

 

ที่มาของข้อมูล : จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564  (หน้า 78-89) โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

แผนกปฐมวัย

ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 

สาระ - การศึกษา

นิทาน
เรายังรักกันทุกวันจ๊ะ เพราะเด็กเล็ก ๆ ยากจะเข้าใจ ว่าทำไมตอนนี้เล่นด้วยกัน กอดด้วยกันก็ไม่ได้ นิทานเล่มนี้ขอเป็นสื่อกลาง ปลอบประโลม พูดคุยกับเจ้าตัวน้อย และชวนหนูน้อยส่งมอบกำลังใจ ให้กับบุคลากรสาธารณสุขที่มีลูกเล็ก ๆ ทุกคน ที่มาของข้อมูล : นิทานเรื่อง "เรายังรักกันทุกวันจ้ะ" (หน้า 2-25) จาก ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ ลิงค์เพื่อแชร์ : https://bit.ly/3kVIOw8 แผนกปฐมวัย ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ www.edbathai.com adminmam

สำนักอำนวยการ

13 ต.ค. 2564 สัมมนาสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย “Global Compact on Education (Attempt: A2)” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
[data-gutter="2%"][data-nb="1"]:not(.ckadvancedlayout) [data-width="100"] {width:100%;}[data-gutter="2%"][data-nb="1"].ckadvancedlayout [data-width="100"] {width:100%;} ------------------------------------------------------------------------------ วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 เวลา 08.30 - 12.15 น. สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย (CECT) จัดงานสัมมนาสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยประจำปี 2564 “Global Compact on Education (Attempt: A2)” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom / Facebook Live / Youtube Live------------------------------------------------------------------------------ อาร์ค บิชอป...

แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

“โลกเปลี่ยน ห้องเรียนปรับกับการศึกษาฐานสมรรถนะ”
อบรมเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน กลุ่มเป้าหมาย ..ครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น.. ในหัวข้อ “โลกเปลี่ยน ห้องเรียนปรับกับการศึกษาฐานสมรรถนะ” วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดอบรมเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ในหัวข้อ “โลกเปลี่ยน ห้องเรียนปรับกับการศึกษาฐานสมรรถนะ” ผ่านทางโปรแกรม Zoom ของฝ่ายการศึกษาฯ โดยมีบาทหลวงวิชชุกรณ์ เกตุภาพ รองผู้อำนวยการ / ประธานกลุ่มงานวิชาการ เป็นประธาน...

แผนกปฐมวัย

วันที่ 2 กันยายน 2564 แผนกปฐมวัย อบรมออนไลน์ หัวข้อ
วันที่ 2 กันยายน 2564 ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ แผนกปฐมวัย อบรมออนไลน์ เรื่อง “การจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19” ผ่านทางโปรแกรม Zoom และ Facebook Page ฝ่ายการศึกษาฯ เวลา 09.00-12.00 น. วิทยากรอบรม ดร.วรนาท รักสกุลไทย (ผู้อำนวยการแผนกอนุบาล จากโรงเรียนเกษมพิทยา) วจนพิธีกรรมเปิดการอบรม โดยคุณพ่อวิชชุกรณ์ เกตุภาพ (ประธานกลุ่มงานวิชาการ) มีผู้เข้าร่วมอบรมออนไลน์ ผ่านระบบ...

กลุ่มงานสำนักมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา

18 ก.ย. 2564 ประชุมกรรมการตรวจรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ผ่านระบบ Zoom Meeting
การประชุมกรรมการตรวจรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self -Assessment Report)ผ่านระบบออนไลน์ด้วย ZOOM Meeting คุณพ่อศักดิ์ชัย ทรัพย์อัประไมย ประธานสำนักมาตรฐานฯ สวดภาวนานำการประชุม วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 13.30-15.30 น. ผ่านระบบออนไลน์ด้วย Zoom Meeting มีครูเข้าร่วมประชุม 24 ท่านคุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม ผู้อำนวยการ ฝ่ายการศึกษาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ดร.อาทิพย์ สอนสุจิตรา ที่ปรึกษา...

PREPARATORY DOCUMENT 7 SEPT 2021

131064

Title 1

pope11

prawaja

Jittachum

NP2 rigth modul

1605858507041

โลโก้จุลสารปี 2563 QRC

ป้ายงานครูพร้อม

จุดประสงค์ออกข้อสอบร่วม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

โลโก้ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

find us on youtubeunnamed

ordomissae

BD 2021 front re

พระวาจาแห่งคุณธรรม1

 

พระวาจาแห่งคุณธรรม2

 

พระวาจาแห่งคุณธรรม3

Poster PR CHRISTIANITY BOOK resize

book poster02 re

สถิติเว็บไซต์(เริ่ม 02-04-2564)

3.png0.png2.png3.png7.png4.png
วันนี้259
เมื่อวานนี้2588
อาทิตย์นี้9749
เดือนนี้65870
รวม302374

Who Is Online

1
Online

วันพฤหัสบดี, 28 ตุลาคม 2564 03:24