
(ขอบคุณภาพจาก http://thetimesweekly.com/news/2020/jun/08/spirit-wear-your-armor-spiritually-speaking/)
สวมยุทธภัณฑ์ทั้งครบของพระเจ้า
...............
“พี่น้อง พระหรรษทานของพระเจ้าปรากฏขึ้นเพื่อช่วยมนุษย์ทุกคนให้รอดพ้น
สอนเราให้ละทิ้งอธรรมและโลกียตัณหา
เพื่อดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะด้วยความชอบธรรม
ด้วยความเคารพเลื่อมใสพระเจ้าในโลกนี้”
(ทิตัส 2:11-12)
นับวันสถานการณ์ต่างๆในโลกยิ่งทวีความวุ่นวายสับสนอลหม่านมากขึ้น
ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ด้วยกันเอง
โรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดกันอย่างหนักทั่วทุกมุมโลก
ความรุนแรง ก้าวร้าว เอาชนะ กันในสังคมมนุษย์
หลายครั้งมันก็ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยหน่ายทดท้อเมื่อต้องรับรู้
ข้าพเจ้าพยายามปิดหู ปิดตากับเรื่องราวบางเรื่อง
พยายามเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่นกับเหตุการณ์บางเหตุการณ์
เพราะข้าพเจ้าไม่อยากตัดสินใคร และไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเหล่านั้น
บางที เจ้าซาตานตัวร้ายอาจจะกำลังหัวเราะร่าดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
มันพยายามเข้าไปทำลายในทุกกลุ่มทุกองค์กรที่จะทำให้มนุษย์สงบสุขจริงๆ
ข้าพเจ้านั่งคิดถึงว่า ด้วยกระบวนการทางสมองของมนุษย์
ที่พระเจ้าทรงประทานให้นั้น อัศจรรย์ยิ่งนัก
สร้างเทคโนโลยีทันสมัยเอื้ออำนวยความสะดวกให้มนุษย์เองมากมาย
แต่สุดท้าย มันก็ส่งผลกลับมาทำลายมนุษย์ด้วยเช่นกัน
มนุษย์ผู้ปราดเปรื่องสร้างเทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่ก็ไม่อาจสามารถจะควบคุมสิ่งที่ตนสร้างนั้นได้อย่างดี
กลับให้มันย้อนมาทำร้ายตัวมนุษย์เอง
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันได้ฟังคลิปหญิงคนหนึ่งที่ต่อว่าศาสนากำเนิดของตน
จนกลายเป็นไวรัลแพร่กระจายผ่านสื่อออนไลน์ไปทั่วถ้วน
ผู้คนต่างเข้ามาทั้งให้กำลังใจและด่าทอในสิ่งที่เธอคิดและเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์
ซาตานกำลังภูมิใจในชิ้นงานของมันในการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทำลายล้างกัน
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ฉันก็ได้อ่านข้อเขียนของวัยรุ่นคนหนึ่ง
ที่เขียนตำหนิบิดามารดาของตนในทำนองที่กล่าวว่า
เธอไม่ได้ขอให้พวกเขาทำให้เธอเกิดมา
ดังนั้น การแสดงความกตัญญูไม่ใช่หน้าที่ของลูก
ซาตานกำลังทำลายสถาบันครอบครัวที่เคยอบอุ่นด้วยสายเลือดเดียวกัน
และข่าวก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะด้วยเรื่องการเมืองหรือเรื่องสถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ
ที่ทำให้มนุษย์แบ่งพรรคแบ่งพวก
ใช้ความรุนแรงทั้งความคิดและการกระทำในทุกช่องทาง
เพื่อทำลายล้างซึ่งกันและกัน โดยมั่นใจว่าตนเองนั้นเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง
ซาตานกำลังทำลายสถาบันชาติให้เกิดความแตกแยก
ถ้าเป็นสมัยประวัติศาสตร์ที่มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงแผ่นดิน
การยุให้อีกฝ่ายแตกแยกกันก็เป็นอีกหนึ่งกลวิธีในการทำลายความมั่นคงของอีกฝ่าย
เพื่อเข้าแย่งชิงโจมตีแผ่นดินได้ง่ายยิ่งขึ้น
เพียงแต่ว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปนี้ การโจมตีไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธทางกาย
แต่เป็นอาวุธที่มนุษย์เองผลิตขึ้นมา
นั้นคือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ง่ายต่อการทำลายกันได้ทั้งแบบต่อหน้าและลับหลัง
ในสื่อโซเชียล ในโลกออนไลน์ ในโลกที่มนุษย์ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง
แต่สวมสภาพของซาตานในการทำลายซึ่งกันอย่างไม่ใยดี
ซึ่งก็นั่นแหละ ฉันก็คงทำได้แค่มีสติในการดำเนินชีวิตให้มากที่สุด
แม้ใจจะกลัวว่าอาจจะหลงไปกับสภาพแวดล้อมเลวร้ายนี้เข้าสักวันหนึ่ง
ฉันคิดถึงข้อเขียนเตือนใจของท่านนักบุญเปาโลในพระคัมภีร์ประโยคหนึ่ง
ที่จะใช้ในการต่อสู้กับสภาพสังคม ณ ปัจจุบันนี้
“การต่อสู้กับอำนาจจิตฝ่ายต่ำ”
“สุดท้ายนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้เข้มแข็งในองค์พระผู้เป็นเจ้า
จงตักตวงพลังจากพระพลานุภาพของพระองค์
จงสวมใส่อาวุธครบชุดของพระเจ้า เพื่อท่านจะยืนหยัดต่อต้านเล่ห์กลของปีศาจได้.....
จงยืนหยัดมั่นคง จงคาดสะเอวด้วยความจริง
จงสวมความชอบธรรมเป็นเสื้อเกราะ
จงสวมความกระตือรือร้นที่จะประกาศพระวรสารแห่งสันติเป็นรองเท้า
จงถือความเชื่อเป็นโล่ไว้เสมอ เพื่อใช้ดับธนูไฟของมาร
จงใช้ความรอดพ้นเป็นเกราะป้องกันศีรษะ
จงถือดาบของพระจิตเจ้าคือพระวาจาของพระเจ้าไว้
จงอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอ
ขอพระจิตเจ้าทรงดลใจคำอธิษฐานวอนขอต่าง ๆ ทุกโอกาส”
(เอเฟซัส 6:10-20)
และเตือนตัวเองให้ดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกขณะจิต
--------------------------------------------
เติมวิตามินใจด้วยพระวาจา
ไปกับ น้ำผึ้งหวาน
(Theresa Paradee Thescharee)
04-01-2022
Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3zqKgN2







