คำแนะนำ 11 ข้อสำหรับครูอนุบาลเกี่ยวกับการสอนออนไลน์
(ภาพจาก https://www.edutopia.org)
การต้องเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์นำมาซึ่งความน่าเหนื่อยหน่ายใจประการหนึ่ง นั่นคือผู้เรียนทุกวัยจะต้องใช้เวลาหน้าจอเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สำหรับครูอนุบาลนั้น ข้อกังวลนี้ยังรวมถึงความซับซ้อนในการสอนออนไลน์ให้เด็กวัย 3-4 ขวบ อีกด้วย
ในฐานะครูอนุบาลผู้สั่งสมประสบการณ์สอนมาอย่างเคี่ยวกรำ วิธีที่ดิฉันเคยใช้สอนมาตลอด 20 ปี อาจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป
ที่ The Education Development Center ซึ่งดิฉันทำงานสนับสนุนความรู้ความเข้าใจด้าน STEM ของเด็กปฐมวัยนั้น เราเห็นกลยุทธ์และแนวปฏิบัติการสอนเสมือนจริงจำนวนมากที่ประสบผลสำเร็จในชุมชนการสอนเด็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะในหมู่นักการศึกษา Head Start ซึ่งแนวปฏิบัติทั้งหลายที่ดีเยี่ยมนั้นมีตั้งแต่เริ่มจากให้คุณครู "ดูแลตนเอง" อันเป็นคาถาสำคัญที่เราได้ยินบ่อยและอยากได้ยินในช่วงนี้ ไปจนถึงคำแนะนำเรื่องการอ่านออกเสียงบนหน้าจอ และนี่คือแนวคิดบางประการที่เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักการศึกษาปฐมวัย
1) ให้เปี่ยมเมตตา จงใจดีกับตนเอง ถึงแม้ครูอนุบาลจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพฤติกรรมเด็กปฐมวัยและการออกแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ซ้ำยังมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมากมายอย่างเกินคาดก็ตามที แต่แท้จริงแล้วไม่มีครูปฐมวัยคนไหนถูกฝึกให้สอนเด็กอนุบาลแบบออนไลน์มาก่อน อนุบาลออนไลน์ไม่เคยอยู่ในลิสต์ที่ต้องทำให้ได้ช่วงฝึกสอนด้วยซ้ำ
โปรดจำไว้ว่านอกจากตัวเองแล้ว ก็ขอให้คุณครูเปี่ยมเมตตากับครอบครัวของเด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาล้วนอยู่ในวังวนของการปรับตัวที่เคร่งเครียดเป็นเวลาหลายต่อหลายเดือนเช่นเดียวกับคุณครู กิจวัตรประจำวันของครอบครัวถูกทำให้หยุดชะงักเรรวน ซึ่งอาจยากยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่จะเข้าถึงการเรียนรู้ออนไลน์ของบุตรหลานในระหว่างที่ต้องทำงานของตัวเองอยู่ หรือในตอนที่เด็กกำลังร้องไห้งอแง สิ่งแรกที่ย่อมเกิดขึ้นก็คือ คุณครูอาจถูกขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองเด็กระหว่างชั่วโมงสอนออนไลน์ก็เป็นได้
2) ยึดถือแนวคิดแบบ Growth mindset ลองใช้วิธีสอนอื่น ๆ ที่ต่างออกไปบ้าง อย่ากลัวที่จะรู้สึกล้มเหลวในการสอน จำไว้ว่าในการทดลองแต่ละครั้งย่อมทำให้คุณครูได้รับข้อมูลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ครูออกแบบการสอนครั้งต่อไปได้ดีขึ้น เหมือนที่ผู้จัดการฝ่ายการศึกษาที่ทำงานกับเราคนหนึ่งเคยให้คำปรึกษาทีมของเธอไว้ว่า "อย่ากังวล คุณไม่ใช่จะทำร้ายเด็กซักหน่อย" มันไม่เป็นไรเลยที่ คุณครูจะทดลองอะไรใหม่ ๆ ในช่วงเวลานี้ ซึ่งก็เหมือนเวลาที่คุณครูสอนในห้องเรียนนั่นล่ะค่ะ อะไรที่มันใช่หรือได้ผลดีกับเด็กกลุ่มหนึ่ง อาจจะไม่ได้ผลกับเด็กอีกกลุ่มก็เป็นได้
3) จงร่วมมือกับครอบครัว ในการเตรียมพร้อมเรื่องโรงเรียนอนุบาลนั้น คุณครูอาจพบว่าตัวเองต้องทำงานใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน การใช้วัสดุที่หาง่ายในบ้านของเด็กเองจะช่วยแบ่งเบาภาระของทั้งคุณครู และครอบครัวได้เป็นอย่างดี ลองขอให้ผู้ปกครองช่วยจัดชุดเครื่องมือสำหรับเด็กอนุบาล หรือกล่องวัสดุอุปกรณ์ที่บรรจุแป้งโด กระดาษสี สีเมจิก ลูกเต๋า รูปร่างต่าง ๆ ที่เด็ก และครอบครัวตัดด้วยกัน หรือบัตรภาพที่เด็กสามารถนำมาใช้ประกอบการเรียนแต่ละครั้ง ซึ่งคุณครูใช้บ่อย เหล่านี้สามารถช่วยให้งานของคุณครูง่ายขึ้น และยังช่วยสร้างพื้นที่เรียนรู้ของเด็กในบ้านของเด็กเองได้ด้วย
4) พึงระลึกเสมอว่าช่วงความสนใจของเด็กอนุบาลนั้นมีจำกัด แต่จะยิ่งจำกัดกว่าเดิมเมื่อเด็กต้องอยู่หน้าจอเพื่อพบปะพูดคุยทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ อย่างที่หลาย ๆ คนได้เรียนรู้ว่าการใช้ Zoom นั้นนำมาทั้งความเมื่อยล้า เรียกร้องเวลา พลังงาน และความสนใจที่ต่อเนื่องจากผู้ใช้ระหว่างเสวนาผ่านวิดีโอ เด็กอนุบาลก็ไม่ต่างกันค่ะ ซึ่งหากเด็กเดินออกจากหน้าจอ ความจริงแล้วเด็กก็เพียงแค่ต้องการพักสมองเท่านั้น
ผู้ปกครองมักจะใช้เวลากับบุตรหลานในระหว่างเรียนออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้คุณครูไม่สะดวกใจนัก โดยเฉพาะในยามที่ผู้ปกครองหงุดหงิดเวลาที่เด็กลุกออกจากจากหน้าจอ กรณีนี้คุณครูควรย้ำกับผู้ปกครองว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เข้าใจได้ และยอมรับได้หากเด็กต้องการที่จะพักบ้าง
5) จัดแต่ละกิจกรรมให้สั้นเข้าไว้ เมื่อเป็นการสอนแบบออฟไลน์ในห้องเรียน เด็ก ๆ อาจจะสามารถนั่งร่วมกันในช่วงกิจกรรมวงกลมได้นานถึง 10 นาที แต่หากทำเช่นเดียวกันเมื่อสอนออนไลน์ ก็อาจจะไม่ง่ายนักที่จะทำให้เด็กสนใจได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเมื่ออยู่ในรูปของการใช้ Google Classroom หรือ Zoom คุณครูก็ควรจัดช่วงเวลาให้เด็กได้พักจากการสนทนาหน้าจอเป็นระยะ ๆ ไปสู่กิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหวสอดแทรกสลับไป
6) ชวนให้เด็กเคลื่อนไหวบ้าง การสลับไปมาระหว่างกิจกรรมแบบ active และ passive จะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมได้ดีขึ้น ลองให้เด็กทำกิจกรรมเคลื่อนไหวแบบกลุ่ม เช่น ให้แต่ละคนออกแบบท่าเต้นให้เพื่อนเต้นตาม หรือให้เด็ก ๆ เล่นเกมล่าสมบัติในบ้านของตัวเองแบบใช้เวลาไม่มาก เป็นต้นว่าอาจให้หาของที่มีสีเขียว 3 ชิ้น แล้วจึงเรียกเด็ก ๆ มารวมกลุ่มกันอีกครั้งหน้าจอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันว่าของสีเขียว 3 ชิ้นที่พบมีอะไรบ้าง อันจะช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องจำนวนสมาชิกในเซ็ต (Cardinality) ได้ด้วย
ไอเดียอีกอย่างคือการให้เด็ก ๆ ลองสร้างเครื่องกีดขวางจากหมอน หรือของเล่น แล้วให้เด็กบรรยายถึงท่วงท่าในการการข้ามโดยใช้คำบอกทิศทางต่าง ๆ ที่ระบุตำแหน่งและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่
7) แน่วแน่กับกิจวัตรประจำวันที่กำหนดขึ้น เช่นเดียวกับการสอนในชั้นเรียน เด็กย่อมได้รับประโยชน์จากการรู้ตารางล่วงหน้าว่ามีอะไรกำลังจะเกิดขึ้น คุณครูควรทักทายเด็กแต่ละคนทันทีที่เด็กเข้ามาในห้องเรียนเสมือนจริง ร้องเพลง เต้นด้วยกัน อ่านนิทาน อาจเป็นกิจกรรมศิลปะ หรือมีเพลงที่ร้องด้วยกันก่อนจบช่วงกิจกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ หากคุณครูสามารถแชร์ภาพตารางกิจกรรมลงบนหน้าจอ ก็จะช่วยให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้นว่าควรคาดหวังถึงอะไรในถัดไปต่อจากนี้
8) ออกแบบบทเรียนของคุณครูให้ทำหน้าที่ได้สองเท่าหรือสามเท่า กิจกรรมสำหรับเด็กอนุบาลจำนวนมากถูกวางไว้เพื่อเด็กอย่างเป็นองค์รวม และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นภาษาและการรู้หนังสือ คณิต วิทยาศาสตร์ ทักษะ EF ตรรกะการใช้เหตุผล ตลอดจนทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม ทว่าในทางปฏิบัติ คุณครูอาจเริ่มจากการสำรวจธีมที่จะเรียน เช่น ในเรื่องฤดูกาล คุณครูสามารถใช้หนังสือเพื่อนำไปสู่บทสนทนาและแทรกทั้งคณิตกับวิทยาศาสตร์เข้าไปด้วยกันได้

(ภาพจาก https://alessandra-enko.livejournal.com/27589.html)
ตัวอย่างเช่น ในหนังสือนิทานภาพเรื่อง "หนังสือการนับของอันโนะ: Anno's Counting Book" ที่พาผู้อ่านเข้าสู่การเดินทางผ่านฤดูกาลทั้ง 4 ไปพร้อม ๆ กับการส่งเสริมเรื่องความรู้สึกเชิงจำนวน ที่เปิดมาหน้าแรกจะเริ่มต้นด้วยค่าศูนย์ คือฤดูหนาวที่ว่างเปล่าขาวโพลน ไม่มีสิ่งใดให้นับ แต่เมื่อเปิดหน้าถัดไป แต่ละหน้าจะค่อย ๆ เพิ่มจำนวนจาก 0 ไป 1 ไป 2 ไป 3 พร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ซึ่งหากคุณครูกำลังใช้นิทานภาพเล่มนี้สอนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ช่วงที่พักเบรกอาจให้เด็กกับคนในครอบครัวช่วยกันเก็บใบไม้ เพื่อเมื่อกลับมาเข้ากลุ่มออนไลน์อีกครั้งจะได้ลองนับ เปรียบเทียบ เรียงลำดับ ทั้งนี้ในระหว่างที่เด็กกำลังเรียงลำดับ เด็กอาจบอกเล่าถึงคุณลักษณะใบไม้ที่เด็กมีด้วยก็ได้นะคะเป็นต้นว่า กรอบ หงิกงอ นุ่ม เรียบ สีน้ำตาล สีเขียว เป็นต้น
(ดูนิทานเรื่อง Anno's Counting Book ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=DrqMHB89m3M)
เมื่อเป็นกิจกรรมลักษณะข้างต้น เด็ก ๆ จะมีโอกาสได้ฝึกทั้งทักษะการใช้คำ สร้างความเข้าใจเรื่องความรู้สึกเชิงจำนวน สำรวจมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ และแบ่งปันเรื่องราวโลกรอบตัวของเด็ก ๆ
9) นำเสนอภาพจากหนังสือที่หน้าจอโดยตรง ในทางปฏิบัติเราจะเห็นว่าเด็กอนุบาลนั้นซอบที่จะได้เห็นภาพจากหนังสือโดยตรงที่จอที่บ้านมากกว่ามองคุณครูถือหนังสือแล้วอ่านให้ฟัง ซึ่งความต่างนี้เหมือนกับเรื่องการอ่านนิทานเป็นกลุ่มใหญ่แล้วเด็ก ๆ มักจะเรียกร้องขอดูภาพในหนังสือ ซึ่งไม่เหมือนกับการอ่านให้เด็กฟังโดยมีเด็กนั่งอยู่บนตักฉันใดฉันนั้น
การใช้หนังสือนิทานภาพแบบ e-book เป็นหนทางที่ดีสำหรับการสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการยืม
e-book จากห้องสมุดท้องถิ่นหรือเข้าเว็บไซต์ https://openlibrary.org พยายามเปิดกล้องให้เด็กเห็นคุณครูระหว่างอ่าน เพื่อเด็กจะได้สามารถมองเห็นการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าต่าง ๆ ระหว่างเล่าของคุณครู หรือใช้ https://www.screencastify.com บันทึกภาพคุณครูเล่านิทานไว้ล่วงหน้า เพื่อขณะที่เปิดคลิปนี้คุณครูจะได้สังเกตปฏิกิริยาของเด็กระหว่างฟังนิทานควบคู่กันไป นอกจากนี้ คุณครูยังสามารถนำผลงานของเด็ก ๆ มาสร้างเป็นหนังสือภาพเสมือนจริงโดยใช้โปรแกรมจาก https://bookcreator.com ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ดูง่ายและแชร์ผ่านจอภาพกับเด็กทุกคนพร้อม ๆ กันได้
10) ทดลองสร้างเกมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์มาตรฐานต่าง ๆ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนหน้าจอภาพของเด็กให้เป็นหนังสือ คุณครูอาจใช้ PowerPoint หรือ Google Slides เพื่อเปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นบอร์ดเกม ตัวอย่างเช่น หากจะยังสอนธีมฤดูกาลต่อ คุณครูอาจสร้างเกมเรียงลำดับง่าย ๆ ที่มีกองใบไม้ 2 กอง ที่มีสีแตกต่างกัน เป็นกองสีน้ำตาลกับกองสีเขียว และมีกล่องมีน้ำตาลกับกล่องสีเขียวอยู่คนละด้านของจอภาพ เมื่อถึงเวลาเล่น คุณครูอาจย้ายใบไม้สีเขียวไปใส่ในกล่องสีน้ำตาล แล้วถามว่า "สีเหมือนกันมั้ยคะ... ไม่เนอะ คุณครูน่าจะใส่ผิดแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณครูควรใส่ใบไม้ใบนี้ที่กล่องใบไหนคะ"
ทั้งนี้ ถ้าเด็ก ๆ มีทักษะการใช้ภาษาจำกัด (หรือแค่อาจต้องการสนุก) เด็ก ๆ อาจหยิบซิ้นกระดาษสีที่มีสีตรงกันกับของคุณครู เพื่อบ่งชี้ว่าควรหย่อนลงกล่องใบไหนแทนการบอกก็ได้ แต่นี่อาจเป็นเกมที่ดีสำหรับการสอนตัวต่อตัว หรือกลุ่มเล็ก ๆ นะคะ
ในแพลตฟอร์มออนไลน์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์โดยตรงอย่าง https://youngmathematicians.edc.org/games/ คุณครูสามารถลองดูเกมเกี่ยวกับแพทเทิร์น หรือเกมมีอะไรซ่อนอยู่เท่าไหร่ ได้ค่ะ
11) คุณครูอย่าลืมดูแลตัวเองนะคะ การสอนเด็กอนุบาลแบบเสมือนจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และตั้งแต่ Covid-19 ระบาดเพิ่มขึ้น ความเครียดของคุณครูก็เพิ่มสูงไม่ต่างกัน ดังนั้นจึงห้ามลืมที่จะดูแลตัวเองนะคะ ให้เวลาตัวเองได้พักสมองบ้าง เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง จัดเวลาให้ตัวเองได้สัมพันธ์กับใคร ๆ อย่างมีความหมาย หรือเพียงแค่ใช้เวลาเงียบ ๆ กับตัวเองก็ได้ค่ะ
![]()
ที่มาของข้อมูล : คำแนะนำ 11 ข้อ สำหรับครูอนุบาลเกี่ยวกับการสอนออนไลน์
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ








