เทรนด์การศึกษาแห่งอนาคต
"Liquid Learning" เมื่อการเรียนรู้เปลี่ยนสถานะเป็น
"ของเหลว"

เมื่อเราทุกคนต้องดำรงอยู่ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกๆวัน เราจึงต้องยกระดับทักษะการปรับตัวเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆก็ต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือ และปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย แทบทุกภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะภาคการศึกษาทุกระดับ แนวคิดในการจัดการศึกษาในแบบ Liquid Learning จึงเกิดขึ้น...
สำหรับแนวคิดตามเทรนด์การศึกษาแห่งอนาคต Liquid Learning ก็แปลได้ตรงตัว เพราะ Liquid คือ ของเหลว ที่สื่อได้ดีถึงการปรับตัว ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะใดหรือที่ไหน ก็ปรับได้ตามสิ่งที่ไปอยู่ องค์กรหรือหน่วยงานภาคการศึกษาในยุคนี้ก็ควรมีคุณสมบัติไม่ต่างจากของเหลวเช่นกัน ที่ต้องลื่นไหลและปรับตัวไปตามสถานการณ์หรือวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนโฉมการศึกษาแบบเดิมและแนวคิดการปรับองค์กรให้มีลักษณะเป็นเสมือน Liquid ไม่ได้สอดแทรกอยู่แค่ในภาคการศึกษาในยุคนี้เท่านั้น แต่ทุกองค์กรทั้งองค์กรธุรกิจ เทคโนโลยี สังคม สิ่งแวดล้อม ล้วนต้องอาศัยแนวคิด Liquid ในการปรับตัวให้อยู่รอดให้ได้ในยุคนี้
5 มิติ ของ Liquid Learning ที่ตอบโจทย์การปรับตัวของภาคการศึกษาทุกระดับ
จากบทความเรื่อง “The Future of Education: Everything Is Liquid” ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ AACSB ได้ให้คำนิยามในการเรียนแบบลื่นไหลไปตามสถานการณ์นี้ไว้ว่า เป็นการเรียนแบบครอบคลุม เป็นองค์รวม และมีการโต้ตอบกันระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ในรูปแบบ Interactive ทั้งยังเป็นการบูรณาการการเรียนในแบบดิจิทัล หรือ digital learning เข้ามาในระบบนิเวศการเรียนรู้ด้วยแนวคิดนวัตกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับยุคสมัย
* * * * *
มิติที่ 1 การผสมผสานวิธีการเรียนและการสอนที่หลากหลายแต่ลงตัว Multichannel Learning

การเรียนการสอนแบบ Liquid เป็นการผสมผสานการเรียนหลากรูปแบบเข้าด้วยกันในแบบบูรณาการ หรือพูดง่ายๆตามภาษาวัยรุ่น ยังหมายถึงการเรียนการสอนแบบไฮบริด Hybrid คือผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียน ที่อาจทำได้เมื่อสถานการณ์หรือวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นผ่อนคลายร่วมกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อวิกฤตต่างๆรุนแรงขึ้น
และด้วยการเรียนการสอนที่ต้องทำในรูปแบบของ Multichannel นี้เอง ที่ทำให้ผู้สอน หรือครู จำเป็นต้องปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยีหลากหลาย ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การสอนออนไลน์มากขึ้น เช่น การสร้างช่องทางในกรุ้ปแชตส่วนตัว ให้นักเรียน นักศึกษา สามารถฝากคำถาม และครูสามารถตอบคำถามในเชิงโต้ตอบ อธิบาย ให้นักเรียนได้เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น หรือ ครูสามารถกระตุ้นให้นักเรียนมาคิดร่วมกันในประเด็นต่างๆ ที่ต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในวิชานั้นๆ ผ่านการสร้างกระดานเพื่อแชตออนไลน์หรือกระดานอธิบายทางออนไลน์ จากนั้นค่อยแชร์คอนเทนต์นี้ผ่านการสตรีมคลิปวิดีโอเพื่ออธิบายบทเรียนนั้นหรือจะรวบรวมทุกไอเดียที่นักเรียนนำเสนอผ่านการแชร์สกรีนก็ได้เช่นกัน
มิติที่ 2 เข้าถึงการเรียนการสอนที่แอคทีฟ และ ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่

ด้วยการเรียนการสอนในสภาพแวดล้อมแบบ Liquid นี้ ยังช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนที่แอคทีฟ ไม่น่าเบื่อ และทุกคนได้เข้าร่วมเรียนผ่านประสบการณ์โซเชียล ซึ่งมีส่วนทำให้ผู้เรียนไม่รู้สึกแปลกแยกหรือแตกต่าง แถมยังช่วยกระตุ้นการรับรู้และพัฒนาการด้านอารมณ์ของพวกเขาด้วย เพราะในระหว่างเรียน ผู้เรียนมีอิสระที่จะเรียนรู้ สังเกต รับและแสดงท่าทีตอบกลับให้กับผู้สอนได้เห็น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียนคนอื่นไปในเวลาเดียวกัน
จากการเรียนการสอนเดิม ที่ได้เรียนรู้แค่ผ่านตำราหรือกรณีตัวอย่างที่ครูหยิบยกขึ้นมาเท่านั้น แต่การเรียนในแบบ Liquid เปิดโอกาสให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอนได้สร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ เช่น การเรียนผ่านการทำโปรเจกต์ของแต่ละคนหรือทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือการเรียนผ่านการโต้ตอบ วิเคราะห์ หยิบยกกรณีศึกษาโดยผู้เรียนเอง ไม่ใช่ผู้สอนหรือครูต้องเป็นคนนำเสนอเสมอไป พูดง่ายๆ ศิษย์จะเป็นครูบ้างในยุคนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
ด้วยการเรียนการสอนในมิตินี้เอง ที่ทำให้นักเรียน นักศึกษาสามารถเข้าใจในบทเรียนได้ลึกและกระจ่างกว่าที่เคย ซึ่งความเข้าใจนี้เอง ที่จะต่อยอดไปสู่การสร้างทักษะและการเปลี่ยนมายด์เซตได้
มิติที่ 3 การเรียนในโลกแห่งความเป็นจริง

การเรียนในมิติที่หลากหลายนี้ ไม่ต่างกับโลกแห่งความเป็นจริง ที่เหล่านักศึกษาจะได้ออกไปเผชิญเมื่อจบการศึกษา โดยผู้เรียนควรจะได้รับการปลดล็อคจากการเรียนแบบเดิมๆ เดินหน้าสู่การเรียนในรูปแบบใหม่ ผ่านการเรียนแบบปฏิบัติจริง hands-on learning ซึ่งจะทำให้พวกเขามีความเชี่ยวชาญในอาชีพอนาคต สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ด้วยแนวคิดนวัตกรรม
และแน่นอนว่าการที่ผู้เรียนได้คุ้นชินกับโลกออนไลน์ตั้งแต่ในวัยเรียน ทำให้พวกเขาสามารถปรับตัวกับการทำงานที่แทบจะถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
มิติที่ 4 เรียนที่ไหนก็ได้ แถมหลักสูตรยังถูก Custom made ตามใจผู้เรียน

การเรียนที่ยืดหยุ่นนี้ ยังตอบโจทย์ผู้เรียน ที่จะเลือกเรียนจากที่ไหนก็ได้ ด้วยจุดประสงค์ ในบริบทใดก็ได้ ผ่านช่องทางใด ก็ได้เช่นกัน แต่เชื่อว่า ช่องทางออนไลน์น่าจะเป็นสื่อการเข้าถึงการเรียนที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคยที่สุดอยู่แล้ว กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นแล้ว คือ นักศึกษาจากโลกตะวันตก ที่มีความสนใจที่จะเรียนรู้ศาสตร์แห่งโลกตะวันออก ก็สามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในแถบประเทศเอเชียได้ไม่ยากเลย ซึ่งนี่ทำให้เขาสามารถเข้าถึงความรู้ที่มาจากผู้รู้จริงได้
นอกจากนั้น ในมิติของการเรียนรู้แบบ Personalized นี้ ยังหมายถึงการปรับการเรียนการสอนที่เคยเป็น Mass หรือสำหรับสอนทุกคน ให้กลายเป็นการเรียนแบบ Custom made ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่แตกต่างกันด้วย
มิติที่ 5 คณะ สาขาวิชา ไหนเจ๋งจริง Liquid Learning ยิ่งทำให้โดดเด่นได้ยิ่งขึ้น

ในยุคที่สถาบันการศึกษาต่างๆมุ่งเน้นไปที่การศึกษาออนไลน์นี้เอง ที่เป็นความท้าทายครั้งสำคัญของ คณะ หรือ สาขาวิชา ต่างๆ ว่าจะสามารถรักษามาตรฐานการสอนของตนเองไว้ได้แค่ไหน อย่างไร โดยหลักการสำคัญในการรักษามาตรฐานการสอนนั้น ต้องวางอยู่บนขาทั้งสองข้าง ขาข้างแรกมาจากคุณวุฒิและความเชี่ยวชาญของครูผู้สอน ไปจนถึงงานวิจัยการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ขาอีกข้าง มาจากวิธีการส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ลึกซึ้งให้กับผู้เรียน แม้ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนการเรียนไปเป็นการเรียนออนไลน์ก็ตาม
นอกจากนั้น สิ่งที่คณะและสาขาวิชาต่างๆต้องทำในยุคนี้ คือ การยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอน ด้วยการเชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้กระทั่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มาเป็นวิทยากร หรืออาจารย์พิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกตำราให้กับนักศึกษาด้วย
* * * * * * * * *
ที่มาของข้อมูล : EDITOR'S PICK , FB สมศ.
Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3hWQKe5
แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ







