การประชุมปฏิบัติการ
“การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สถานศึกษา
สู่แผนปฏิบัติการประจำปี 2570"
วันที่ 8 – 9 ตุลาคม 2569 ณ บ้านผู้หว่าน
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 290 คน จาก 34 โรงเรียน
จากข้อมูลการอบรมและเอกสารประกอบทั้งหมด สามารถสรุปในภาพรวมเพื่อเป็นข้อเสนอแนะสำหรับสถานศึกษาไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาการจัดการศึกษา ดังนี้
1. การขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริงด้วย Whole School Approach
• บูรณาการกรอบ BEEE และ Green Map: โรงเรียนควรนำกรอบแนวคิด BEEE (Biodiversity, Ecosystem Services, Energy, Equity) และเครื่องมือ Green Map ไปใช้สำรวจทุนทางธรรมชาติและบริบทพื้นที่จริงในโรงเรียนและชุมชน เพื่อจำแนกแนวทางการทำงานเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การฟื้นฟู (Restore) การอนุรักษ์ (Conserve) และการพัฒนา (Develop)
• ขับเคลื่อนทั้งระบบ (Whole School Approach): เชื่อมโยงงาน 4 เสาหลักของสถานศึกษา (การบริหารและงบประมาณ, อาคารสถานที่, วิชาการ, และชุมชน/ภาคีเครือข่าย) ให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันภายใต้ "ภาษากลาง" ด้านความยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนจากวัฒนธรรมทิ้งขว้างสู่วัฒนธรรมแห่งการดูแล (Culture of Care) ตามจิตตารมณ์ Laudato si'
2. การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับยุคสมัย
• ระดับปฐมวัย: มุ่งเน้นการใช้หลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. 2568 เพื่อพัฒนาเด็กอย่างสมดุลทั้ง 4 ด้าน ควบคู่กับการส่งเสริมทักษะสมอง Executive Functions (EF), คุณธรรม จริยธรรม และกิจกรรมที่สอดแทรกกระบวนการสืบเสาะ (Inquiry) และจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปฐมวัย
• ระดับพื้นฐาน: ยกระดับคุณภาพวิชาการโดยถอดบทเรียนจากแบบอย่างที่ดี (Best Practices) เช่น รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ (YOD Model) และภาษาไทยอัตนัย เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบระดับชาติ (O-NET) พร้อมส่งเสริมให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียนผ่านกระบวนการ Buddy PLC
3. การยกระดับประสิทธิภาพการจัดทำแผนปฏิบัติการและงบประมาณ
• ความสอดคล้องของเอกสาร: จัดระบบโครงสร้าง ชื่อแผนงาน/โครงการ และตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างมาตรฐาน สพฐ., EDBA, โรงเรียน และมาตรฐานสากล (TQA หมวด 7) ให้ถูกต้องตรงกันทุกเล่มและไม่ซ้ำซ้อนกัน
• ความแม่นยำของข้อมูลและงบประมาณ: ใช้ข้อมูลจำนวนเด็กและบุคลากรที่อ้างอิงตามการเลื่อนไหลที่ถูกต้อง (เช่น ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ย.) และจัดทำงบประมาณอย่างโปร่งใส เป็นมืออาชีพ
• กลไการตรวจสอบภายใน: ควรกำหนดให้มี "ทีมตรวจสอบแผน" ระหว่างฝ่ายและระดับโรงเรียนก่อนนำเสนออนุมัติ เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจก่อนนำไปปฏิบัติจริง
4. การรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยี และ AI (Digital & AI Literacy)
• สร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล: ตามแนวทางสมณสาส์น MAGNIFICA HUMANITAS โรงเรียนต้องเร่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนรู้เท่าทันดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบการเงินออนไลน์ โดยปลูกฝังวิจารณญาณ ความอดทน และการคิดวิเคราะห์อย่างลุ่มลึก
• เทคโนโลยีที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric): ออกแบบการเรียนรู้และการทำงานโดยให้เทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่ตัวบีบบังคับความเร็วที่ทำให้สูญเสียปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และทักษะที่จำเป็น
5. การนำเทคโนโลยีและ AI มาลดภาระงานของครู
• โรงเรียนควรสนับสนุนให้บุคลากรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ AI ช่วยร่างและทบทวนโครงการ การกำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัด (KPIs) รวมถึงการประยุกต์ใช้ Google Sheets ในการบริหารจัดการระบบประกันคุณภาพภายใน (EDBA) และสมุดเยาวชนคนดี เพื่อช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบริหารของครู
(ภาพ : วีรวิชญ์ รัศมีบุญสิทธิ์)
(ข่าว: วัลย์ณภัสร์ สุขะวัธนกุล)
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
ภาพทั้งหมด 50 ภาพ
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
Facebook
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
ตัดลิงก์ให้สั้นลง: https://citly.me/ltzosb
<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>
แผนกมาตรฐานการศึกษา
สำนักมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
The Education Department of Bangkok Archdiocese
www.edbathai.com







