อย่าปล่อยลูกไว้กับมือถือ แท็บเล็ต
(ภาพ : https://board.postjung.com/1146487)
ยุคดิจิทัลแบบนี้ ผู้ใหญ่แทบทุกคนเคยชินกับมือถือและแท็บเล็ต สื่อทั้ง 2 อย่างนี้แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเกือบทุกครอบครัว พอเด็ก ๆ ได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ใช้สื่อเหล่านี้ก็เริ่มเกิดคำถาม ความสนใจอยากรู้อยากเห็นว่าสื่อนี้คงจะสนุกและน่าสนใจลุกลามไปจนถึงอยากสัมผัส "อยากเล่นด้วยจัง"
ปัญหาเรื่องลูกจะเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตได้ไหม? จึงกลายเป็นคำถามหรือข้อถกเถียงกันในหลายครอบครัว จนบางครั้งเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องราวปัญหาบาดหมางระหว่างผู้ดูแล พ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายเลยก็ยังมี เพราะความเข้าใจและความคิดเห็นที่แตกต่าง
ขอแนะนำให้ใจเย็น ๆ ค่ะ เรื่องนี้มีเหตุผล ที่มาที่ไป ลองทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของเด็กกันสักนิดก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจว่าเด็ก ๆ ควรใช้มือถือหรือแท็บเล็ตหรือเปล่า?

(ภาพ : https://www.sanook.com/women/174969)
เราเริ่มต้นความเข้าใจเรื่องนี้กันที่พัฒนาการของหนูน้อยปฐมวัยกันก่อนนะคะ ในวัยนี้เป็นวัยที่เด็กจะเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากประสาทสัมผัสทั้ง 6 ของตัวเด็กเอง เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสร้างเซลล์ประสาท เชลล์สมองเพื่อการเรียนรู้ ยิ่งเด็กได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสแต่ละด้านของเขามากเท่าไร ยิ่งเป็นประโยชน์กับเด็กมากเท่านั้น
เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นที่มาค่ะว่าทำไมทั้งคุณหมอและนักวิชาการจึงพยายามบอกว่าในเด็กเล็ก ๆ อย่าเพิ่งให้เด็กไปเล่นมือถือแท็บเล็ตเลยค่ะ หลัก ๆ คือ มันเป็นการเสียโอกาสทองที่เด็ก ๆ จะได้พัฒนาประสาทสัมผัสของเขา การนั่งจ้องมือถือและแท็บเล็ตเป็นแค่การดูด้วยสายตา (ดูนาน ๆ สายตาเสียอีกต่างหาก) มันไม่ได้ช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสหรือการเรียนรู้ในด้านอื่น ๆ ให้เด็ก ๆ เลย
นิ่ง ฯ หน้าจอไม่ใช่สมาธินะจ๊ะ
มักจะมีความเข้าใจผิดว่า เมื่อให้เด็กท่องโลกออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต สิ่งที่มองเห็นคือภาพเด็กที่นิ่งอยู่หน้าจอ ทำให้หลายคนเข้าใจว่า เจ้าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตช่วยสร้างสมาธิให้กับเด็ก นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจว่าเด็กจะได้ฝึกภาษาจากการรับสื่อเหล่านี้อีกด้วย เรื่องนี้ความจริงแล้วเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามค่ะ มาดูสิ่งที่เกิดขึ้นในเด็กเล็กแต่ละช่วงวัย เมื่อเขารับสื่อดิจิทัลเหล่านี้ดูนะคะ
เด็กวัย 0 - 2 ปี : ความสว่างของหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ต จะดึงให้เด็กสนใจจ้องมองการเคลื่อนไหวภาพที่รวดเร็ว แต่เด็กจะไม่มีโอกาสที่จะโต้ตอบ ไม่มีโอกาสเคลื่อนไหวร่างกาย และยังมีความเสี่ยงจากแสงที่วาบเข้าตาตลอดเวลาอีกด้วย ดังนั้น จึงมีการกำหนดว่า ในเด็กวัย 0 - 2 ปี ไม่ควรเล่นมือถือ แท็บเล็ต จอคอมพิวเตอร์หรือชมรายการโทรทัศน์ทุกชนิด
เด็กวัย 3 - 5 ปี : การให้เด็กดูสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรือใช้คอมพิวเตอร์มากเกินไปในวัยนี้ จะทำให้รบกวนพัฒนาการด้านสมาธิของเด็ก การที่เราเห็นเด็กนั่งนิ่งหน้าจอ ไม่ได้หมายความว่าเด็กมีสมาธิ ในทางตรงข้ามกลับเป็นการกระตุ้นเร้าสมองของเด็กด้วยภาพความเร็วสูง เด็กมักจะหงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง และยังมีการวิจัยพบว่า การปล่อยเด็กอยู่หน้าจอนาน ๆ จะส่งผลทำให้เด็กมีปัญหาพัฒนาการด้านภาษาอีกด้วยค่ะ
IDEAS & TIPS
เล่นกลางแจ้งดีที่สุด

(ภาพ : https://www.healthandtrend.com)
ไม่มีอะไรดีกับเด็กเล็กเท่ากับการเล่นกลางแจ้งอีกแล้วค่ะ ในวันหยุดมองหาพื้นที่ดี ๆ ปลอดภัย ปล่อยลูกออกไปวิ่งเล่นสัมผัสธรรมชาติ ให้เขาได้เปิดประสาทสัมผัสทั้งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียนรู้ทุกสิ่งรอบตัวอย่างเต็มที่ กลุ่มเครือข่ายเขาใหญ่ดีจัง ได้เคยจัดทำแผนที่แนวทางสำหรับผู้ปกครองในการชวนลูกคุยและเล่นระหว่างเดินทางในเขาใหญ่ ต่อไปนี้เป็นคำถามหรือกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะลองนำไปประยุกต์หรือเล่นกับลูก ๆ ในพื้นที่ธรรมชาติอื่น ๆ ได้เช่นกัน
1. มองภาพสะท้อนในน้ำ เห็นอะไรบ้าง รู้สึกอย่างไร
2. เล่นใบไม้หลากสีสัน
3. ลองสังเกตบนต้นไม้ มีดินขึ้นไปอยู่ได้อย่างไร
4. ยืนหลับตาสัก 30 วินาที ฟังว่าได้ยินเสียงอะไร มาจากทิศไหนบ้าง
***********
ที่มาของข้อมูล : 10 Checklist เลี้ยงลูกให้มี “สุข” ฉบับ ปฐมวัย (0-5 ปี) สุขสังคม เท่าทันสื่อ เล่ม 2 (หน้า 53-57)
Link เพื่อแชร์ >> https://bit.ly/3GoIMo3
แผนกปฐมวัย
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
adminmam








