สุขสันต์วันปัสกาแด่ทุกท่าน
วันที่พระคริสตเจ้า ลูกแกะปัสกาที่แท้จริงถูกประหาร
บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่บ้านพักอาศัยของคริสตชนผู้มีความเชื่อ
คืนนี้เป็นคืนที่พระองค์ทรงนำชนอิสราเอล
บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์
เดินบนหนทางแห้ง ข้ามทะเลแดง
คืนนี้จึงเป็นคืนที่เสาเพลิง
ได้ทำลายความมืดแห่งบาปให้สูญสิ้นไป
คืนนี้เป็นคืนที่ผู้เชื่อในพระคริสตเจ้าทั่วโลก
ได้หลุดพ้นจากความชั่วร้ายแห่งโลกีย์และเงาของบาป
มารับพระหรรษทาน มีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
คืนนี้แหละเป็นคืนที่พระคริสตเจ้า
ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างผู้ทรงชัยจากแดนผู้ตาย
ชีวิตของเราคงจะไม่มีประโยชน์อันใด
หากว่าพระคริสตเจ้ามิได้ทรงไถ่กู้ไว้
พระทัยกรุณาของพระองค์ต่อข้าพเจ้าทั้งหลาย
ความรักของพระองค์ก็เหลือล้นสุดจะพรรณนา
พระองค์ถึงกับประทานพระบุตรมาเป็นค่าไถ่
เพื่อจะไถ่ทาสให้เป็นอิสระ
บาปของอาดัมช่างมีความจำเป็นเสียจริง
ที่จะต้องถูกทำลายด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า
ความผิดนี้ช่างมีโชคอย่างเหลือล้น
ที่เป็นสุขได้มีพระผู้ไถ่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
คืนนี้ช่างเป็นคืนแสนสุขแท้
เป็นคืนเดียวที่ได้รับพระพรให้รู้กำหนดเวลา
ที่พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
คืนนี้เป็นคืนที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า
“กลางคืนจะสว่างไสวดุจกลางวัน
เป็นคืนนำความสว่างแจ่มจ้า
นำความชื่นชมยินดีมาให้ข้าพเจ้า”
ความศักดิ์สิทธิ์ของคืนนี้ขับไล่ความชั่วให้สูญไป
นำความบริสุทธิ์มาคืนให้คนบาป
นำความชื่นชมยินดีมาให้ผู้โศกเศร้า
ทั้งยังขจัดความเกลียดชัง นำสันติ
เหตุฉะนี้ ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
โปรดรับคำสดุดีสรรเสริญนี้เป็นบูชายามเย็น
ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแด่พระองค์ในคืนน่าชื่นชมนี้
ในโอกาสที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์มีบัญชา
ให้ศาสนบริกรประกอบพิธีกรรมสง่างาม
ถวายเทียนซึ่งเป็นผลงานของเหล่าภุมรินทร์
เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างนี้
ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบถึงคำสรรเสริญเทียน
ซึ่งมีเปลวเพลิงลุกโชติช่วง
ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่ในขณะนี้แล้ว
เปลวเพลิงนี้แม้จะแบ่งแยกกันออกไป
ก็มิได้ลดความโชติช่วงลงไปเลย
คืนนี้เป็นคืนแสนสุขแท้ ในคืนนี้เอง
มนุษย์กับพระเจ้ากลับคืนดีกัน
ดังนั้น ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนพระองค์
ได้โปรดให้เทียนซึ่งถวายเป็นเกียรติแด่พระนาม
เพื่อขจัดความมืดแห่งราตรีนี้
ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดไปอย่าได้มอดดับ
ขอให้เปลวเพลิงนี้พลุ่งสูงขึ้นเบื้องบนดุจควันเครื่องหอม
ไปรวมกับแสงสว่างแห่งดวงดาราบนท้องฟ้า
ขอให้เทียนนี้ลุกสว่างอยู่จนดาวประจำรุ่งโผล่ขึ้นเวลาเช้า
ดาวประจำรุ่งที่ไม่มีวันตกดวงนี้
คือพระคริสตเจ้าพระบุตรของพระองค์
ผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
ส่องแสงนำสันติภาพมาให้มนุษยชาติ
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
<ที่มา : บทประจำมิสซาวันเสาร์ที่ 03 เม.ย. 2564 บทอ่าน>