พิธีการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ - พิธีการเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
การเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ เป็นกระบวนการต้อนรับเด็กที่มีอายุในช่วง ๑๔-๑๘ ปี เข้าเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
ความเป็นมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลูกเสือหลวงที่สอบไล่ได้แล้วนั้น เข้ากระทำพิธีประจำกองต่อหน้าพระพักตร์ ณ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ในโอกาสนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองลูกเสือต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ณ เวลานั้น ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อศึกษาพิธีเข้าประจำกองในครั้งนี้ แนวทางปฏิบัติเช่นนี้ได้มีการสืบต่อเนื่องกันมา เป็นประเพณีของลูกเสือ จนกำหนดเป็นข้อบังคับฯ ในปัจจุบันนี้

การทำพิธีเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่จะกระทำให้แก่ลูกเสือเมื่อ
๑. ลูกเสือสามัญที่รับมาเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ได้ยื่นใบสมัคร ลส. ๓ ต่อผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่แล้ว
๒. ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ที่รับใบสมัครลูกเสือสามัญคนนั้นได้บรรจุชื่อลงในทะเบียนลูกเสือ ลส. ๘ ว่าอยู่ในหมู่ใดหมู่หนึ่ง และกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่กองลูกเสือกองนั้นสังกัดอยู่เป็นการเรียบร้อยแล้ว
๓. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ที่รับมาใหม่ได้รับเครื่องหมายลูกเสือโลกมาแล้ว การทำพิธีเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่นั้นจะทำในสถานที่ที่เหมาะสมเช่นเดียวกับการจัดพิธีส่งลูกเสือสามัญไปเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
การเข้าเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ของลูกเสือนั้นจะต้องได้รับการยอมรับด้วยการกระทำของลูกเสือ จึงจัดให้มีพิธีเข้าประจำกองด้วยเหตุผลต่อไปนี้
๑. เพื่อให้คำสัตย์ปฏิญาณตนหรือให้คำมั่นสัญญาต่อผู้กำกับลูกเสือว่าจะรับการฝึกอบรมวิชาลูกเสือด้วยจิตใจของลูกเสืออย่างแท้จริง โดยไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
๒. เพื่อยอมรับปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ และยึดถือปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวันเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติที่ตนได้รับและความดีที่ผู้อื่นยกย่อง
๓. เพื่อจะบำเพ็ญตนต่อสาธารณประโยชน์ และมุ่งที่จะสร้างแต่ความดีตลอดไป
๔. เพื่อเผยแพร่กิจการลูกเสือและสนับสนุนกิจการลูกเสือของชาติให้เจริญก้าวหน้า โดยการประพฤติปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น
๕. เพื่อเป็นการฝึกให้รู้จักหน้าที่รับผิดชอบ ต่อช่วยรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและป้องกันรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พิธีเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่หรือพิธีปฏิญาณตนของลูกเสือ ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่จัดแถวเป็นรูปครึ่งวงกลม โดยทุกคนมีไม้ง่าม นายหมู่ลูกเสือมีธงหมู่
๒. ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ยืนอยู่ในครึ่งวงกลม
๓. ลูกเสือใหม่ยืนอยู่นอกครึ่งวงกลม หลังหมู่ที่จะเข้าไปอยู่
๔. ผู้กำกับลูกเสือเรียกลูกเสือใหม่เข้ามายืนตรงหน้าผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่แล้วถามว่า
ผู้กำกับ : “...(ออกนามลูกเสือ)... เต็มใจที่จะปฏิญาณตนเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่หรือ”
ลูกเสือใหม่ : “ข้าเต็มใจ”
ผู้กำกับ : “เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าการที่เจ้าเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ จะต้องปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกเสือรุ่นน้องในกลุ่มลูกเสือของเจ้าต้องแสดงให้เห็นความก้าวหน้าในชีวิตลูกเสือของเจ้า และต้องปฏิบัติตามกฎและคำปฏิญาณทุกเมื่อ”
ลูกเสือใหม่ : “ข้าเข้าใจและปฏิบัติได้”
ผู้กำกับ : “เจ้าพร้อมที่จะยืนยันและปฏิบัติตามคำปฏิญาณแล้วหรือ”
ลูกเสือใหม่ : “ข้าพร้อมแล้ว”
ผู้กำกับ : “ขอให้เจ้าทบทวนคำปฏิญาณอีกครั้งหนึ่ง”
ลูกเสือใหม่ : แสดงรหัสแล้วกล่าวว่า “ด้วยเกียรติของข้า ข้าสัญญาว่า”
ข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ข้อ ๒ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ
ข้อ ๓ ข้าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ
ผู้กำกับ : “ข้าเชื่อในเกียรติของเจ้าว่าจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เจ้าได้กล่าวไว้”
ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ติดอินทรธนู ซึ่งอาจจะมอบให้รองผู้กำกับลูกเสือใส่พานถือรอไว้ก็ได้ให้กับลูกเสือใหม่ แล้วกล่าวว่า “บัดนี้เจ้าได้เข้าเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และเป็นสมาชิกผู้หนึ่งของคณะพี่น้องลูกเสือแห่งโลกอันยิ่งใหญ่แล้ว ขอให้เจ้าปฏิบัติหน้าที่ของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และมีความสุขความเจริญตลอดกาลนาน”
๕. ในโอกาสที่กระทำพิธีนี้ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ อาจจะมอบบัตรประจำตัวหรือเครื่องหมายอื่นให้กับลูกเสือใหม่ก็ได้
๖. ผู้กำกับกลุ่มลูกเสือและผู้บังคับบัญชาลูกเสือจะแสดงความยินดีต่อลูกเสือใหม่ก็ได้
๗. ต่อจากนั้นลูกเสือใหม่กลับหลังหันไปแสดงความเคารพต่อกองลูกเสือแล้วกลับเข้าประจำที่ในหมู่ของตนเป็นจบพิธี
คุณประโยชน์ของพิธีการเข้าประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
๑. เพื่อให้โอกาสลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ได้ทบทวนคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่างแท้จริง
๒. เพื่อส่งเสริมให้ตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างลูกเสือกับผู้บังคับบัญชาลูกเสือ บังเกิดความรู้สึกในความเป็นส่วนหนึ่งและเป็นสมาชิกและอุดมการณ์เดียวกันในสังคมลูกเสือ
๓. เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจ และมั่นใจในคุณค่าของความเป็นลูกเสือ
๔. เพื่อส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในเส้นทางของลูกเสือ
๕. เพื่อให้มีโอกาสได้รับการกระตุ้นเตือนให้เกิดหลักความคิดในการพัฒนาตนเองในวิถีทางของลูกเสือ
ที่มา : สารานุกรมลูกเสือ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย เล่มที่ ๒