สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

ความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรฐานสมรรถนะและการประเมินผล

(Competency-Based Curriculum and Assessment)

 

s1

 

แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Approach)

     สมรรถนะ (Competence) หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัติ (Performance) ภายใต้เงื่อนไข (Condition) โดยใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ระบุไว้ ให้ได้มาตรฐาน (Standard) ตามเกณฑ์การปฏิบัติ (Performance Criteria) และมีหลักฐานการปฏิบัติ (Evidence) ให้ประเมินผลและตรวจสอบได้    

     หลักสูตรฐานสมรรถนะจึงยึดความสามารถของผู้เรียนเป็นหลัก การออกแบบหลักสูตรตามแนวคิดนี้จะมีการกำหนดเกณฑ์ความสามารถที่ผู้เรียนพึงปฏิบัติ ได้หลักสูตรที่เรียกว่า "หลักสูตรเกณฑ์ความสามารถ" จัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าผู้ที่จบการศึกษาระดับหนึ่ง ๆ จะมีทักษะและความสามารถในด้านต่างๆ ตามที่ต้องการเป็นหลักสูตรที่ไม่ได้มุ่งเรื่องความรู้หรือเนื้อหาวิชาที่อาจมีความเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา แต่จะมุ่งพัฒนาในด้านทักษะ ความสามารถ เจตคติและค่านิยม อันจะมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและอนาคตของผู้เรียนในอนาคต หลักสูตรนี้มีโครงสร้างแสดงให้เห็นถึงเกณฑ์ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่ต้องการให้ผู้เรียนปฏิบัติในแต่ละระดับการศึกษาและในแต่ละระดับชั้น ทักษะและความสามารถจะถูกกำหนดให้มีความต่อเนื่องกัน โดยใช้ทักษะและความสามารถที่มีในแต่ละระดับเป็นฐานสำหรับเพิ่มพูนทักษะและความสามารถในระดับต่อไป (ศ.ดร.ดำรง บัวศรี: 2535)

ที่มาของหลักสูตรฐานสมรรถนะ

     หลักสูตรฐานสมรรถนะเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1970 ในประเทศสหรัฐอเมริกา นิยมใช้ในการจัดหลักสูตรการฝึกอบรม (Competency-based Training) เช่น สหรัฐอเมริกา คานาดา อังกฤษ เกาหลี ออสเตรเลีย เพื่อควบคุมคุณภาพของบุคลากรในอาชีพต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการแข่งขันกับนานาชาติ เช่น ประเทศออสเตรเลียมี The National Training Board เป็นผู้กำหนดมาตรฐานสมรรถนะระดับชาติ ( National Competency Standards) ให้นโยบายและแนวทางการการดำเนินงานฝึกอบรม โดยคาดหวังสิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะสามารถปฏิบัติ (Performance) ได้เมื่อจบหลักสูตร เช่น การฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ เช่น ด้านอาหาร การโรงแรม ท่องเที่ยว ของ TAFE ประเทศออสเตรเลีย ก็จัดการฝึกอบรมแบบ Competency Based Training in English Language Teaching และได้ปรับปรุงพัฒนา มาตรฐานสมรรถนะของอาชีพต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเทียบความรู้และประสบการณ์

     ปัจจุบันสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในหลายประเทศได้นำแนวทางการฝึกอบรมแบบฐานสมรรถนะ (Competency Based Training) มาใช้กับการจัดหลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Based Curriculum) ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากผู้กำหนดนโยบายและผู้นำด้านหลักสูตรของประเทศต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง

ข้อดีของการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบฐานสมรรถนะ

  • กำหนดผลการเรียนรู้อย่างชัดเจนว่าผู้เรียนสามารถทำอะไรได้เมื่อจบหลักสูตร (Course Outcomes /Performance Outcomes)
  • ใช้มาตรฐานสมรรถนะเป็นกรอบในการพัฒนาหลักสูตร กำหนดเนื้อหา วางแผนการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล ทำให้การเรียนการสอนเชื่อมโยงกับการประเมินผลและการรับรองคุณวุฒิ
  • มีเกณฑ์การปฏิบัติ (Performance Criteria) เพื่อใช้ในการประเมินผลผู้เรียนที่แน่นอน

กรอบมาตรฐานสมรรถนะ (Competency Standards)

     มาตรฐานสมรรถนะ เป็นข้อกำหนดความรู้ ทักษ และนำความรู้และทักษะนั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานโดยปฏิบัติงานให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด (Competency Standards reflect the specification of the knowledge and skill and the application of that knowledge and skill to the standard of performance required in employment)

องค์ประกอบของมาตรฐานสมรรถนะ

ในการปฏิบัติงานในอาชีพจะกำหนดสมรรถนะที่คาดหวังว่าผู้เรียนจะสมารถปฏิบัติได้ประกอบด้วย

  • หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence / Competency) เป็นขอบข่ายกว้าง ๆ (Broad Area) ของงาน (Job) ในอาชีพหนึ่ง ๆ ที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติโดยใช้ความรู้และทักษะหรืออาจรวมถึงเจคติ
  • สมรรถนะย่อย (Element of Competence) เป็นภาระงานย่อย (Task) ที่ประกอบขึ้นภายใต้งานในหน่วยสมรรถนะนั้น ๆ
  • เกณฑ์การปฏิบัติ (Performance Criteria) เป็นกิจกรรมย่อย ๆ (sub-task) ภายใต้สมรรถนะย่อยซึ่งเป็นผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ที่คาดหวังว่าผู้เรียนจะสามารถปฏิบัติได้เมื่อเรียนจบหลักสูตร
  • เงื่อนไข/ขอบเขตการปฏิบัติ (Conditions /Range of Variables) การปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอาจรวมถึงวัสดุ (Materials) เครื่องมือ (Tools) หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ (Equipment) ที่กำหนดให้ (หรือไม่ให้ใช้) เพื่อให้การปฏิบัติงานนั้นสำเร็จ

เมื่อได้กรอบมาตรฐานสมรรถนะแล้ว การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การกำหนดเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนจะสร้างขึ้นภายใต้กรอบมาตรฐานสมรรถนะที่กำหนดและจะเชื่อมโยงกับการวัดและประเมินผล ซึ่งอาจเรียกว่า การทดสอบวัดตามสมรรถนะ (Competency Test)

กลวิธีการจัดเรียนการสอน (Delivery Strategies) มีหลากหลายวิธี ได้แก่

  • ใช้สื่อประเภท Audio-Visual Materials
  • การระดมสมอง (Brainstorming)
  • กรณีศึกษา (Case Study)
  • ประสบการณ์ทำงานร่วมกัน (Cooperative work Experience)
  • การสาธิต (Demonstration)
  • การอภิปราย (Discussion)
  • การฝึกซ้ำ ๆ (Drill)
  • ศึกษานอกสถานที่ (Field Trip)
  • กิจกรรมกลุ่ม (Group Work)
  • เชิญวิทยากรมาบรรยาย (Guest Speaker)
  • ชุดการเรียน (Modules/learning Packages)
  • การบรรยาย (Lecture)
  • ห้องปฏิบัติการแบบเปิด (Open Lab Sequences)
  • จัดอภิปรายโดยผู้ชาญการเฉพาะด้าน (Panel Discussions)
  • โครงงาน (Projects), เอกสารจากองค์กร บริษัท (Enterprise Papers), ผลงานต้นแบบ (Prototypes), โครงงานวิจัย (Research Projects), แบบจำลองต่าง ๆ (Models)
  • การถาม – ตอบ (Questions and Answers)
  • การทบทวน/ ทำกิจกรรมเพิ่มเติม (Review/ Reinforcement)
  • บทบาทสมมุติ (Role Playing)
  • เกมสถานการณ์จำลองSimulation Games
  • Text or Reference Assessment

การประเมินผลแบบฐานสมรรถนะ (Competency Based Assessment)

    การประเมินผลเป็นการรวบรวมหลักฐานผลการเรียนรู้ว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าถึงเกณฑ์หรือระดับที่กำหนดในมาตรฐานหรือตามผลการเรียนรู้ที่กำหนดในหน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อยและตัวชี้วัด เพื่อตัดสินว่าผู้เรียนสำเร็จตามสมรรถนะที่กำหนดหรือไม่ การประเมินผลการจัดหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะควรทำควบคู่ (Built in) กับการเรียนการสอนโดยวัดทั้งความรู้และทักษะและการนำไปประยุกต์ใช้

     การประเมินผลแบบฐานสมรรถนะ ไม่ได้ดีไปกว่าหรือแตกต่างไปจากวิธีการประเมินแบบเดิม (Traditional Assessment) หรือแบบอื่น ๆ เพียงแต่การเมินแบบฐานสมรรถนะให้ความสำคัญกับสมรรถนะที่กำหนด

ในการฝึกอบรมหรือศึกษาทางวิชาชีพ การประเมินผลที่เน้นการปฏิบัติ (Performance Based Assessment) เน้นที่กระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติ ซึ่งมักจะประเมินทักษะ 4 ด้าน คือ

1. ทักษะตามภาระงาน (Task Skills) ความสามารถในการปฏิบัติภาระงานแต่ละชิ้น

2. ทักษะการจัดการ (Task Management Skills) ความสามารถในการจัดการกับภาระงานและกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติภายใต้งานนั้น ๆ

3. ทักษะในคาดการณ์อุปสรรคปัญหาที่อาจเกิดขึ้น (Contingency Skills) การประเมินทักษะใช้ได้ดีโดยกำหนดสถานการณ์จำลอง

4. ทักษะตามบทบาทและงานที่รับผิดชอบและสภาพแวดล้อม (Job/Role Environment) รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่น

 

วิธีการประเมินผลแบบฐานสมรรถนะ

  • เน้นกระบวนการเรียนรู้ (Learning Process) และมีการประเมินให้ความสำคัญกับการประเมินแบบย่อย (Formative Assessment) อย่าต่อเนื่องเพื่อติดตามดูความก้าวหน้า วินิจฉัยจุดด้อย จุดเด่นของผู้เรียนให้ข้อมูลย้อนกลับและเป็นการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผู้สอนไปด้วย ในขณะเดียวกันต้องมีการสอบสรุปการ (Summative Assessment) เพื่อวัดและตัดสินกระบวนการเรียนรู้(the end of learning process) ตอนเรียนจบรายวิชา
  • ใช้การอิงเกณฑ์ (Criterion Referenced) วัดความสำเร็จในการปฏิบัติของผู้เรียนเป็นรายบุคคลเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาใช้ศักยภาพตามความสามารถโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่นและตัดสินแบบอิงกลุ่ม
  • ประเมินสมรรถนะที่สำคัญ (Crucial outcomes) ก่อนเพราะผลการเรียนรู้/การปฏิบัติของทุกสมรรถนะ มีความสำคัญไม่เท่ากัน บางสมรรถนะอาจมีความสำคัญกว่าอีกสมรรถนะหนึ่ง ที่ครูผู้สอนจำเป็นต้องตั้งข้อจำกัดในการเรียนรู้และการประเมินผล
  • บูรณาการสมรรถนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันไม่ประเมินแยกตามหน่วยสมรรถนะหรือหน่วยสมรรถนะย่อย ออกจากกันแม้ว่ากรอบมาตรฐานสมรรถนะจะกำหนดแยกเป็นหน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อยและตัวบ่งชี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สอนจะต้องสอนหรือประเมินผลแยกแต่ละสมรรถนะเพราะในการจัดเนื้อหาการสอนแต่ละหน่วยอาจต้องเกี่ยวข้องกับสมรรถนะต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกันใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ได้แก่

              1.การสังเกต (Observation), รายการประเมิน(Checklist)

              2.การสาธิตและตั้งคำถาม (Demonstration and questioning)

              3.แบบทดสอบและข้อสอบอัตนัย (Pen and Paper Test and essays) ซึ่งใช้ประเมินด้านความรู้

              4.การสอบปากเปล่า (Oral Test)

              5.การทำโครงงาน (Projects)

              6.สถานการณ์จำลอง (Simulations)

              7.แฟ้มผลงาน (Portfolios)

              8.การประเมินผลโดยการใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-based assessment) เป็นเครื่องมือในการสร้าง แบบทดสอบและบันทึกผลได้

 

ที่มาข้อมูล...

ความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรฐานสมรรถนะและการประเมินผล (Competency-Based Curriculum and Assessment)

โดย สุจิตรา ปทุมลังการ์

ศึกษานิเทศก์ชำนาญพิเศษ สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae