สถานที่ติดต่อ

122/9 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

เวลาทำการ

เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์

หยุด เสาร์ - อาทิตย์

ติดต่อเพิ่มเติม

โทร : 02-681-3840-4

อีเมล์ : edba.thai@gmail.com

ประวัติลูกเสือสมุทร

001ภาพจาก : https://www.facebook.com/thainavyscoutclub/photos/pcb.1077518888943486/1077518425610199/

การเริ่มต้นลูกเสือสมุทรในประเทศอังกฤษ

          แวริงตัน เบเดน-โพเอลล์ (WARINGTON BADEN-POWELL) เป็นชาวอังกฤษ เกิดในกรุงลอนดอนบิดาท่านชื่อ ศาสตราจารย์ เรเวอร์เรน เอช.จี. เบเดน-โพเอลล์ (REVEREND H.G. BADEN-POWELL) แวริงตัน เป็นพี่ชายต่างมารดากับ ลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ บี-พี เป็นพิเศษ ฉะนั้นในโอกาสปิดภาคเรียน บี-พี จะติดตามแวริงตัน และพี่ชายใหญ่อีก ๑ คน ไปเดินทางไกลและพักแรมทั้ง ๓ คน มีนิสัยรักการผจญภัย ชอบแล่นเรือใบ ได้พยายามรวบรวมเงินร่วมทุนกันซื้อเรือใบที่ใช้แล้วมาซ่อมแซมให้ดีขึ้น สำหรับแล่นเที่ยวไปตามชายฝั่งเกาะอังกฤษ ต่อมาได้เปลี่ยนเรือใบให้ลำใหญ่ขึ้น สามารถแล่นจากเกาะอังกฤษข้ามทะเลเหนือไปถึงประเทศนอร์เวย์ ถ้ามีเวลาน้อยตามปกติจะพายเรือแคนนูไปตามลำน้ำเทมส์จนถึงแม่น้ำเอวอน บางวันเลยไปถึงแม่น้ำไวท์ซึ่งอยู่ในแคว้นเวลล์ ด้วยประสบการณ์นี้ได้ช่วยสร้างความชื่นชอบและเห็นคุณค่าของการเดินเรือให้กับ บี-พี เป็นอย่างมาก

          แวริงตัน มีอาชีพเป็นกะลาสีเรือ และเป็นผู้ชี้แนะแนวทางการศึกษาแก่ บี-พี เมื่อ บี-พี เรียนจบม.ปลาย (HIGH SCHOOL) จากโรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ (CHARTER HOUSE SCHOOL) แล้วได้ไปสอบเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (OXFORD UNIVERSITY) ถึง ๒ ครั้ง แต่สอบไม่ได้ แวริงตัน จึงให้ข้อคิดว่าลักษณะอย่างนี้น่าจะไปเรียนทางทหาร ซึ่ง บี-พี ก็ปฏิบัติตามโดยไปสอบเข้าเป็นทหารบกโดยตรงสอบได้ที่ ๔ ในเหล่าทหารราบ และได้ที่ ๒ ในเหล่าทหารม้า บี-พี เลือกเหล่าทหารม้า จึงได้รับการแต่งตั้งยศเป็นร้อยตรีทันที เมื่อมีอายุ ๑๙ ปี จากนั้นถูกสั่งให้ไปประจำการที่ประเทศอินเดียและประเทศแอฟริกาผ่านการทำศึกหลายครั้ง ได้รับประสบการณ์จากชนพื้นเมืองมากมาย มีชื่อเสียงในการฝึกทหารใหม่และเยาวชน หลังจากได้รับยศเป็นพลโทและเลือกที่จะเกษียณอายุราชการเพื่อทำการก่อตั้งขบวนการลูกเสือ

          หลังจากนั้น ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ (ค.ศ. ๑๙๐๗) บี-พี ได้ทดลองนำเด็กชาย จำนวน ๒๐ คน ไปอยู่ค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์ซี และเขียนคู่มือการฝึกอบรมขึ้น ชื่อว่า “SCOUTING FOR BOYS” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ (ค.ศ. ๑๙๐๘) ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก บี-พี จึงมีความคิดว่าเด็กจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่งถ้าการลูกเสือช่วยฝึกให้เขาได้เรียนรู้เรื่องกิจกรรมทางน้ำด้วย บี-พี จึงไปขอความร่วมมือจากแวริงตัน และได้ร่วมมือกันฝึกกิจกรรมทางน้ำให้แก่ลูกเสือจนได้ชื่อว่า เป็นบิดาแห่งลูกเสือสมุทร
พ.ศ. ๒๔๕๓ (ค.ศ. ๑๙๑๐) แวริงตัน ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการฝึกอบรมเรื่อง “วิชาการเรือ” (SEAMANSHIP) จึงได้เขียนคู่มือการลูกเสือสมุทรสำหรับเด็กชาย (SEA SCOUTING FOR BOYS) และได้ตั้งกองลูกเสือสมุทรในประเทศอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นหนักเรื่องการเป็นยามชายฝั่งทะเล (COAST WATCHING) และแพร่หลายไปในหลายประเทศ

          พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๖๑ (ค.ศ. ๑๙๑๔-๑๙๑๘) เกิดสงครามโลก ครั้งที่ ๑ ขึ้น ลูกเสือสมุทรอังกฤษมีส่วนช่วยเหลือกองทัพเรือเป็นอย่างมาก จากสถิติมีลูกเสือของอังกฤษเข้าช่วยงานสงครามโลก ครั้งที่ ๑ นี้ถึง ๑๕,๐๐๐ คน และเสียชีวิตประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง ๑๑ คน

          พ.ศ. ๒๔๖๖ (ค.ศ. ๑๙๒๓) แวริงตัน ถึงแก่กรรม แต่กิจการลูกเสือสมุทรแพร่หลายขึ้นทุกปีเพราะได้รับการสนับสนุนจาก “ราชสมาคมเรือแคนนูของอังกฤษ” พ.ศ. ๒๔๗๒ (ค.ศ. ๑๙๒๙)) มีการชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ ๓ ในประเทศอังกฤษ ลูกเสือสมุทรจากประเทศฮังการี ได้จัดนิทรรศการเรือแคนนูแบบคยัค (KAYAK) ทำให้การลูกเสือสมุทรตื่นตัวและสร้างเรือเป็นการใหญ่โดยเฉพาะเรือเล็กและเรือใบ จึงมีการแข่งขันกันทุกปี

          พ.ศ. ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) สมาคมลูกเสืออังกฤษได้ส่งลูกเสือสมุทรเข้าร่วมแข่งขันเรือใบระหว่างประเทศ ปัจจุบันนี้การลูกเสือสมุทรได้แพร่หลายมากขึ้น ในการฝึกอบรมนิยมใช้เรือเล็กและเรือใบเพราะสะดวกในการฝึกการใช้งาน ราคาถูก และได้ประโยชน์คุ้มค่า

การลูกเสือสมุทรในประเทศสหรัฐอเมริกา

          พ.ศ. ๒๔๕๓ (ค.ศ. ๑๙๑๐) มิสเตอร์ อาร์เทอร์ เอ. คาเร่ (MR. ARTHER A. CAREY) ได้เขียนคู่มือลูกเสือสมุทรขึ้นชื่อว่า “CRUISINE FOR SEA SCOUTING” โดยอาศัยพื้นฐานจากคู่มือ SEA SCOUTING FOR BOYS ของ แวริงตัน บี-พี

          พ.ศ. ๒๔๖๐ (ค.ศ. ๑๙๑๗) เจมส์ ออสติน ไวล์เดอร์ (JAMES AUSTIN WILDER) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายลูกเสือสมุทร ได้ปรับปรุงคู่มือให้สมบูรณ์เป็นเล่มแรก

          พ.ศ. ๒๔๖๒ (ค.ศ. ๑๙๑๙) คณะลูกเสืออเมริกันได้จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมลูกเสือสมุทรขึ้นและประกาศใช้เป็นครั้งแรก จากนั้นได้มีการแก้ไขหลายครั้ง

          พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๒๓-๑๙๓๓) เป็นช่วงที่การลูกเสือสมุทรของสหรัฐอเมริการุ่งเรืองมาก พ.ศ. ๒๔๙๒ (ค.ศ. ๑๙๔๓) คณะลูกเสืออเมริกันมีการวิจัยเรื่องการลูกเสือสมุทร หลังจากนั้นได้ปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้นกว่าเดิม และเปลี่ยนชื่อ SEA SCOUT เป็น SEA EXPLORER โดยหลักสูตรยังมุ่งเน้นหนักเรื่องชาวเรือเป็นสำคัญ

การลูกเสือสมุทรในประเทศกรีซ

          เป็นที่เลื่องลือกันว่าชาวกรีกมีจิตใจผูกพันกับกิจกรรมทางน้ำเป็นอย่างมาก

          ใน พ.ศ. ๒๔๕๕ (ค.ศ. ๑๙๑๒) จึงได้เริ่มการลูกเสือสมุทร โดยได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือกองทัพเรือในการทำหน้าที่ยามฝั่ง (COAST GUARDS)

          ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ (ค.ศ. ๑๙๕๒) ได้ตั้งศูนย์ฝึกลูกเสือสมุทรที่ศูนย์ฝึกอบรมราชนาวีกรีก (ROYAL HELLENIC NAVY)

การลูกเสือสมุทรในประเทศไทย

          การลูกเสือสมุทรไทยได้เริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจริญก้าวหน้าเป็นระยะ หลังจากที่มีการประชุมสภานายกกรรมการจัดการลูกเสือทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ (ค.ศ. ๑๙๑๕) แล้ว ก็ได้ตกลงกันในอันที่จะจัดให้มีการฝึกหัดลูกเสือเพิ่มเติมขึ้นเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือ โดยจัดฝึกหัดเป็นเหล่าต่าง ๆ ขึ้น มีอยู่หลายเหล่าด้วยกัน อาทิ เหล่าพยาบาล เหล่าดับเพลิง เหล่าสมุทรเสนา เหล่าช่าง เหล่าเดินข่าว ฯลฯ
การจัดการฝึกหัดลูกเสือแบ่งออกเป็นเหล่า ๆ เริ่มแรกได้มีขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๙ (ค.ศ. ๑๙๑๖) เป็นต้นมา ได้มีการกำหนดวางแบบแผนวิธีการฝึกหัดในหน่วยของแต่ละเหล่าเป็นอย่างดียิ่ง
เหล่าสมุทรเสนา แบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ

          ๑. สมุทรเสนาฝ่ายบก ในฤดูคลื่นลมสังเกตเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในทะเลแล้วแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่สำหรับช่วยเหลือ และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในเวลาสงคราม ลาดตระเวนชายฝั่งคอยสังเกตดูเรือรบที่จะมาตามชายฝั่งทะเล

          ๒. สมุทรเสนาฝ่ายน้ำ เรียนการเดินเรือทะเลอย่างย่อ ๆ มีหน้าที่ของปากเรือ ช่างกล ช่างไฟฟ้า ช่างไม้ การครัว การเก็บรักษา และการพยาบาลคนเมาคลื่น ลูกเสือที่ได้รับการฝึกอบรมเหล่าต่าง ๆ นี้ ได้มีการตั้งหน้าตั้งตาฝึกหัดกันอย่างจริงจัง จนสามารถออกบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะได้ผลดีมาก เช่น เหล่าสมุทรเสนา ก็ได้ฝึกหัดในส่วนการเดินเรือจนถึงได้ออกทะเลในบางคราว

          ใน พ.ศ. ๒๔๕๙ (ค.ศ. ๑๙๑๖) อันเป็นปีเริ่มแรกได้มีการฝึกหัดเหล่าสมุทรเสนาแพร่หลาย ขยายตัวออกไปตามลำดับ จนถึงตามหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ เช่น กรุงเทพพระมหานคร มณฑลนครศรีธรรมราชมณฑลสุราษฎร์ธานี๑  ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ (ค.ศ. ๑๙๑๗) ได้ขยายตัวออกไปจากเดิมมากยิ่งขึ้น

          ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ (ค.ศ. ๑๙๓๒) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการเปลี่ยนอุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติหลายครั้ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) ได้โปรดเกล้าฯ ให้ น.ท.หลวงศุภชลาศัย ร.น. เป็นอธิบดี กรมพลศึกษา และโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ (ค.ศ. ๑๙๓๔)

          ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ สำนักงานและกรมในกระทรวงธรรมการ และระบุให้มี “กองการลูกเสือ” มาขึ้นอยู่ในกรมพลศึกษา ในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทางสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติก็ได้ประกาศตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาขึ้นมาอีกหน่วยหนึ่งต่างหากจากการลูกเสือเหล่าเสนาซึ่งเคยมีมาแต่กาลก่อน โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาในจังหวัดชายทะเล หรือในท้องถิ่นที่มีคมนาคมทางน้ำติดต่อกับทะเล ซึ่งเรือกลไฟเดินทะเลขนาด ๒๐๐ ตัน เข้าถึงได้ตามที่สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติได้พิจารณาเห็นสมควร และการจัดตั้งการลูกเสือสมุทรเสนานี้จะจัดให้หลายแห่งหลายโรงเรียนรวมกันเป็นหนึ่งกองก็ได้ หรือเฉพาะแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือโรงเรียนหนึ่งตั้งเป็นกองหนึ่งก็ได้ แต่ในกองหนึ่ง ๆ จะต้องมีเฉพาะแต่ลูกเสือสมุทรเสนาล้วน ๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้น พ.ศ. ๒๔๗๘ (ค.ศ. ๑๙๓๕) เป็นต้นไป

          สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ประกาศตั้งการลูกเสือสมุทรเสนาตามพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๖ ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ จึงถือเป็นวันสถาปนาการลูกเสือสมุทรไทย

          พ.ศ. ๒๔๗๘ (ค.ศ. ๑๙๓๕) มีการประกาศใช้หลักสูตรลูกเสือสมุทรในระยะสงครามโลก ครั้งที่ ๒ การลูกเสือสมุทรไทยจึงซบเซาและหายไป

          พ.ศ. ๒๕๐๗ (ค.ศ. ๑๙๖๔) มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติลูกเสือ แบ่งลูกเสือเป็น ๓ เหล่า

          - เหล่าเสนา

          - เหล่าสมุทร

          - เหล่าอากาศ

          พ.ศ. ๒๕๐๘ (ค.ศ. ๑๙๖๕) : ตั้งกองลูกเสือสมุทรแห่งแรกที่โรงเรียนสิงห์สมุทร จังหวัดชลบุรี โดย พล.ร.ต.สมัคร หนูไพโรจน์

          พ.ศ. ๒๕๒๔ (ค.ศ. ๑๙๘๑) : ตั้งสโมสรลูกเสือสมุทร

          พ.ศ. ๒๕๒๗ (ค.ศ. ๑๙๘๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑ ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

          พ.ศ. ๒๕๒๙ (ค.ศ. ๑๙๘๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๒ ณ สถานีทหารเรือสงขลา/โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา

          พ.ศ. ๒๕๓๑ (ค.ศ. ๑๙๘๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๓ ณ โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ

          พ.ศ. ๒๕๓๓ (ค.ศ. ๑๙๙๐) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๔ ณ สถานีทหารเรือพังงา จังหวัดพังงา

          พ.ศ. ๒๕๓๕ (ค.ศ. ๑๙๙๒) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๕ ณ สถานีทหารเรือตราด จังหวัดตราด

          พ.ศ. ๒๕๓๗ (ค.ศ. ๑๙๙๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๖ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

          พ.ศ. ๒๕๓๙ (ค.ศ. ๑๙๙๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๗ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

          พ.ศ. ๒๕๔๑ (ค.ศ. ๑๙๙๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๘ ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร

          พ.ศ. ๒๕๔๓ (ค.ศ. ๒๐๐๐) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๙ ณ โรงเรียนปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพรฃ

          พ.ศ. ๒๕๔๕ (ค.ศ. ๒๐๐๒) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๐ ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

          พ.ศ. ๒๕๔๗ (ค.ศ. ๒๐๐๔) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๑ ณ ค่ายมหาสุรสิงหนาท ร.พัน ๗ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จังหวัดระยอง

          พ.ศ. ๒๕๔๙ (ค.ศ. ๒๐๐๖) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๒ ณ ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้าจังหวัดชลบุรี

          พ.ศ. ๒๕๕๑ (ค.ศ. ๒๐๐๘) : งานชุมนุมลูกเสือสมุทร ครั้งที่ ๑๓ ณ โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี และค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

 

ที่มา : สารานุกรมลูกเสือ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทย เล่มที่ ๓

.........................................

แผนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
www.edbathai.com

.........................................

คัดลอกLinkเพื่อแชร์ : https://shorturl.at/dlrQ5

   เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

     1. สภาการศึกษาคาทอลิกฯ
     2. สภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ
     3. สื่อมวลชนคาทอลิกฯ
     4. ฝ่ายงานธรรมทูตกรุงเทพฯ
     5. ฝ่ายสังคมฯ (Caritas)
     6. แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ
     7. แผนกเยาวชนกรุงเทพฯ
     8. แผนกพระคัมภีร์กรุงเทพฯ
     9. บ้านผู้หว่าน (นครปฐม)
    10. วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน
    11. ศูนย์อบรมซีซี (NCC)
    12. ศูนย์คำสอนราชบุรี (คำสอนดีดี)


  11 สังฆมณฑลประเทศไทย

     1. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
     2. อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ
     3. สังฆมณฑลเชียงใหม่
     4. สังฆมณฑลนครสวรรค์
     5. สังฆมณฑลราชบุรี
     6. สังฆมณฑลนครราชสีมา
     7. สังฆมณฑลอุบลราชธานี
     8. สังฆมณฑลอุดรธานี
     9. สังฆมณฑลจันทบุรี
    10. สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
    11. สังฆมณฑลเชียงราย

ฟอร์มติดต่อ

แผนที่ติดต่อ (Google Map)

อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก - Video Content!

More Videos - อัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก

ปฐมวัย - Video Content!

More Videos - ปฐมวัย

 ปก พระวาจาA5 6 2 68jpg Page1 

Poster สั่งซื้อวิชาคริสต์2025

 

Poster สั่งซื้อวิชาจริย2025

 

liturgical calendar

 BBdiary2025

 

ordomissae