CRITICAL THINKING : สอนเด็กให้รู้คิด ผิดหรือถูกก็ใช้วิจารณญาณเป็น
"การมีวิจารณญาณทำให้นักเรียนไม่เป็นคนหูเบา เชื่อสิ่งใดง่ายๆ เมื่อได้รับข้อมุูลบางอย่าง นักเรียนสามารถพิจารณาว่าเรื่องใดจริงไม่จริง น่าเชื่อถือหรือไม่ โดยลงมือค้นคว้า ทดลองหาข้อพิสูจน์ก่อน"
ทำไมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณจึงสำคัญ…
นอกเหนือจาก 3 ทักษะสำคัญ คือ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการสื่อสาร กรอบการเรียนรู้เพื่อศตวรรษที่ 21 (Framework for 21st Century Learning) ยังบรรจุความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณเป็นอีกหนึ่งในทักษะบังคับที่นักเรียนทุกคนต้องได้รับการฝึกฝน ด้วยเหตุผลดังนี้
- ทุกสาขาอาชีพ ทุกลักษณะงานในองค์กร จำเป็นต้องใช้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น
- ผู้ที่มีทักษะด้านนี้ สามารถเข้าใจเนื้อหาความรู้ เชื่อมโยงเหตุและผลได้ จึงมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้านการศึกษาการงาน และการใช้ชีวิต
- การเติมทักษะนี้ให้นักเรียน จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาและปรับปรุงการเรียนรู้ในห้องเรียน เช่น การเขียน การให้เหตุผล ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
- ผู้ที่มีทักษะการเรียนรู้มักไม่สร้างปัญหาให้ตนเอง และมีแนวโน้มมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในห้องเรียน...
ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในบริบทของการศึกษานั้น ปรากฏอยู่ในงานศึกษาตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา โดยเน้นไปที่กระบวนการคิดของนักเรียนเป็นหลัก เช่น การใช้ทักษะการคิดต่างๆ ประมวลข้อมูล การแบ่งระดับการคิดเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงการให้ความสนใจถึงปัจจัยทางลักษณะนิสัย เช่น กระตือรือร้นต่อการแก้ปัญหา อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ
- นักเรียนต้องสามารถคัดสรรข้อมูลที่เชื่อถือได้และตรงประเด็นมาสนับสนุนหรือปกป้องความคิดของตนเอง
- แยกแยะความเห็นส่วนตัว อคติ และตรรกะที่ผิดเพี้ยนจากความจริงได้
- สามารถโต้แย้งด้วยเหตุผลที่มีน้ำหนัก
- เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของเหตุปัจจัย
- มองประเด็นได้หลายแง่มุม จนสามารถอนุมานข้อสรุปที่ถูกต้องเชื่อถือได้ในที่สุด
ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณแบ่งเป็น 4 มิติ ดังนี้...
1. ความสามารถในการวิเคราะห์เชิงระบบ (Systems analysis)
การเข้าใจหน้าที่ขององค์ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันในระบบ มองเห็นปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในระบบและสามารถจัดการบางอย่างกับหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แล้วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาพรวมได้
2. ความสามารถในการวิเคราะห์เชิงโต้แย้ง (Argument analysis)
สามารถหาข้อสรุปอย่างเป็นเหตุเป็นผลจากข้อมูลที่มีอยู่ในมือ โดยการแยกแยะข้อมูลทั้งหลายออก ว่าส่วนใดคือความคิดเห็น และส่วนใดที่เป็นข้อเท็จจริง และประเมินความน่าเชื่อถือได้ ในขั้นตอนนี้ต้องมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ จนกระทั่งพิจารณาหาข้อสรุปว่ามีหลักฐานหรือเหตุผลรองรับหรือไม่ และควรรู้จักความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์เชิงโต้แย้ง (มีเหตุผลรับรอง) กับการถกเถียง (ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก) ด้วย
3. ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน (Creation)
สามารถสร้างสมมุติฐาน วิธีการ ขั้นตอนกระบวนการ ทฤษฎี ไปจนถึงข้อโต้แย้งจากการรวบรวมหลักฐาน การประมวลความคิดอย่างมีวิจารณญาณข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง หลากหลายแง่มุมจนเกิดแนวทางใหม่หรือเป็นผลงานที่สร้างขึ้นจากกระบวนการทางความคิดจนเป็นข้อสรุปรูปธรรม หรือ ต่อยอดจากสิ่งที่เคยมีอยู่เดิมให้เป็นสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น
4. ความสามารถในการตัดสินคุณภาพ (Evaluation)
ตัดสินคุณภาพของขั้นตอน ทางออกของปัญหา หรือผลงานที่ออกมาว่า ดีพอแล้วหรือยัง โดยใช้ตัวชี้วัด บรรทัดฐาน หรือเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนได้
"หัวใจสำคัญที่จะพัฒนาศักยภาพด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณคือ นักเรียนต้องได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกันและหาคำตอบด้วยตนเอง"
* * * * * * * * *
ที่มาของข้อมูล : 21st Century skills
แผนกวิชาการระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ









