การฝึกระเบียบแถว - ท่ามือเปล่า

การฝึกระเบียบแถว เป็นการฝึกให้ลูกเสือเกิดความพร้อมเพรียง มีระเบียบวินัย และความสามัคคีรวมทั้งสามารถฟังและปฏิบัติตามคำสั่งได้
๑. ท่าตรง
ท่าตรง เป็นท่าเบื้องต้น และเป็นรากฐานของการปฏิบัติในท่าอื่นๆ ต่อไปและยังใช้เป็นท่าสำหรับการแสดงความเคารพได้ท่าหนึ่งด้วย คำบอก "แถว-ตรง"
การปฏิบัติ
๑) ลำตัวยืดตรง อกผาย ไหล่เสมอกัน ตามองตรง
๒) ยืนให้น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าทั้ง ๒ ข้าง ส้นเท้าชิดกัน ปลายเท้าแยกห่างกัน ๑ คืบ เข่าเหยียดตึง
๓) แขนทั้ง ๒ ข้าง เหยียดตรงแนบลำตัว พลิกศอกไปข้างหน้าเล็กน้อย จนไหล่ตึง
๔) นิ้วมือเหยียดและชิดกัน นิ้วกลางแตะกึ่งกลางตะเข็บกระโปรง
๕) นิ่ง ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
๒. ท่าพัก
ท่าพัก เป็นท่าเปลี่ยนอิริยาบถจากท่าตรง เพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๔ ท่า ดังนี้
๑) ท่าพักตามปกติ ใช้พักในระหว่างการฝึกสอน คำบอก "พัก"
การปฏิบัติ
๑. ให้หย่อนเข่าขวาก่อน ต่อไปจึงหย่อนเข่าซ้าย หรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่ห้ามเคลื่อนที่
๒. เมื่อได้ยินคำว่า "แถว" ให้ยืดตัวขึ้น สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและจัดทุกส่วนของร่างกายให้อยู่ในท่าตรง
๓. เมื่อได้ยินคำว่า "ตรง" ให้กระตุกเข่าขวากลับไปอยู่ในท่าตรง

๒) ท่าพักตามระเบียบ ใช้พักในโอกาสรอพิธีการต่างๆ เช่น รอรับการตรวจพล สวนสนาม หรือรออยู่ในแถวกองเกียรติยศ คำบอก "ตามระเบียบ-พัก"
การปฏิบัติ
๑. ลำตัวยืดตรง ขาทั้ง ๒ ข้างตึง ให้น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าทั้ง ๒ ข้างเท่าๆกัน
๒. แยกเท้าซ้ายออกไปข้างซ้ายประมาณครึ่งก้าว อย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง
๓. เอามือไขว้หลัง โดยให้หลังมือซ้ายแนบติดลำตัวในแนวกึ่งกลางหลัง และอยู่ใต้เข็มขัดเล็กน้อย มือขวาทับมือซ้าย และยื่นนิ่งๆ
๔. เมื่อได้ยินคำว่า "แถว-ตรง" ก็ให้ชักเท้าซ้ายกลับมาชิดเท้าขวา พร้อมกับทิ้งมือทั้ง ๒ ข้าง ลงแนบลำตัว กลับมาอยู่ในท่าเดิม

๓) ท่าพักตามสบาย ใช้พักในโอกาสที่รอรับคำสั่งเพื่อปฏิบัติต่อไป เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เช่น เมื่อผู้ควบคุมแถวต้องไปรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา คำบอก "ตามสบาย-พัก"
การปฏิบัติ
๑. ให้หย่อนเข่าขวาก่อน ปฏิบัติเช่นเดียวกับท่าพักตามปกติ
๒. เคลื่อนไหวร่างกายได้ตามสบาย แต่ต้องอยู่กับที่ เช่น จัดเครื่องแต่งกายเรียบร้อย จัดหมวกให้ตรง เช็ดหน้า ผูกเชือกรองเท้า เป็นต้น
๓. พูดคุยกันได้ แต่ห้ามเสียงดัง และห้ามนั่งหากผู้กำกับไม่อนุญาต
๔. เมื่อได้ยินคำว่า "แถว-ตรง" ให้กลับมายืนตรงในท่าเดิมทันที โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับท่าพักตามปกติ
๔) ท่าพักนอกแถว ใช้พักในโอกาสที่ต้องรอคำสั่ง เพื่อปฏิบัติต่อไปเป็นระยะเวลานานๆ คำบอก "พักแถว"
การปฏิบัติ
๑. ให้ทุกคนต่างแยกย้ายออกจากแถว แต่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่ตั้งแถว เพื่อที่จะได้ยินเมื่อผู้กำกับเรียกเขบ้าแถวอีกครั้ง
๒. ต้องไม่ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม ให้เป็นที่รบกวนผู้อื่น
๓. เมื่อได้ยินคำว่า "แถว" ให้รีบกลับมาเข้าแถวตรงที่เดิมโดยเร็วในรูปแถวเดิม และเมื่อจัดแถวเรียบร้อยแล้ว ให้อยู่ในท่าตรงจนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป
๓. ท่าหันอยู่กับที่
ท่าหันอยู่กับที่ เป็นท่าที่ช่วยปรับเปลี่ยนทิศทางการหันหน้าของแถว แต่ก่อนที่จะมีคำบอกให้แถวหันไปยังด้านใด ต้องให้แถวอยู่ในท่าตรงเสียก่อน ท่าหันอยู่กับที่มี ๓ ท่า ดังนี้
๑) ท่าขวาหัน เป็นท่าที่ทำให้แถวหันไปทางด้านขวา คำบอก "ขวา-หัน"
การปฏิบัติ
จังหวะที่ ๑
๑. เปิดปลายเท้าขวา และยกส้นเท้าซ้ายแล้วหันตัวไปทางขวาเป็นมุม ๙๐ องศา
๒. หมุนเท้าทั้ง ๒ ข้างตาม โดยให้ส้นเท้าและปลายเท้าซึ่งเป็นหลัก ติดอยู่กับพื้น
๓. ให้น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวา ขาซ้ายเหยียดตึงบิดส้นเท้าซ้ายออกข้างนอกเล็กน้อย
๔. ลำตัวยืดตรง แขนแนบชิดกับลำตัว
จังหวะที่ ๒
ให้ชักเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวาในลักษณะท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

๒) ท่าซ้ายหัน เป็นท่าที่ทำให้แถวหันไปทางด้านซ้าย คำบอก "ซ้าย-หัน"
การปฏิบัติ
๑. ปฏิบัติเป็น ๒ จังหวะ เช่นเดียวกับท่าขวาหัน แต่เปลี่ยนหันไปทางซ้ายแทน
๒. ให้เท้าซ้ายเป็นหลักอยู่กับที่ แล้วดึงเท้าขวามาชิด

๓) ท่ากลับหลังหัน เป็นท่าที่เปลี่ยนการหันหน้าของแถว จากด้านหน้าเป็นด้านหลัง คำบอก "กลับหลัง-หัน"
การปฏิบัติ
จังหวะที่ ๑
๑. มีขั้นตอนเช่นเดียวกับท่าขวาหัน จังหวะที่ ๑ แต่หันเลยไปจนกลับจากหน้าเป็นหลังครบ ๑๘๐ องศา
๒. ปลายเท้าซ้ายหันไปหยุดอยู่ข้างหลัง เฉียงซ้ายประมาณครึ่งก้าวและอยู่ในแนวส้นเท้าขวา
จังหวะที่ ๒
ให้ชักเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวาในลักษณะท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

๔. ท่าเดิน
ท่าเดิน เป็นท่าที่ช่วยทำให้การเคลื่อนย้ายหรือการเดินขบวนของแถว ดูเป็นระเบียบสง่างาม ก่อนที่จะมีคำบอกให้เดิน ต้องให้แถวอยู่ในท่าตรงเสียก่อน คำบอก "หน้า-เดิน"
การปฏิบัติ
๑) โน้มน้ำหนักตัวไปข้างหน้า พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายออกเดินก่อน
๒) ขาเหยียดตรง ปลายเท้างุ้ม ส้นเท้าสูงจากพื้นประมาณ ๑ คืบ
๓) เมื่อตบเท้าซ้ายลงกับพื้นแล้ว จึงเคลื่อนเท้าขวาตาม โดยเดินตบเท้าซ้ายและขวาสลับกันเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง
๔) ลำตัวและศรีษะอยู่ในท่ายืนตรงเสมอ
๕) แขนเหยียดตึง ให้เฉียงไปข้างหน้าและข้างหลังพองาม โดยแกว่งแขนตามปกติ
๖) การเดินเป็นหมู่ ต้องเดินให้พร้อมกัน ถ้ามีจังหวะต้องเดินให้เข้าจังหวะ
๕. ท่าเดินสวนสนาม
คำบอก “สวนสนาม, หน้า – เดิน”
การปฏิบัติ
เมื่อได้ยินคำบอก “สวนสนาม, หน้า – เดิน” ให้ลูกเสือเริ่มออกเดินโดย เตะเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะขาเหยียดตึง ปลายเท้างุ้มลงจนรู้สึกว่าหลังเท้าตึงฝ่าเท้าสูงจากพื้นประมาณ ๑ คืบ พร้อมกับยกมือขวาซึ่งนิ้วทั้งห้าเรียงชิดกันและเหยียดตึงผ่านขึ้นมาทางด้านหน้า แล้วไปหยุดลงตรงประมาณแนวหัวเข็มขัด และให้ห่างจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่งฝ่ามือในลักษณะที่บิดฝ่ามือเฉียงลงไปทางข้างหน้า และยกศอกสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ให้ศอกกางในขณะเดียวกันนั้นก็ให้สลัดแขนและมือซ้ายซึ่งนิ้วทั้งห้าเรียงชิดกันและเหยียดตึงเฉียงลงไปทางด้านหลังทางซ้ายจนรู้สึกว่าแขนเหยียดตึง หันหลังมือออกทางด้านนอกลำตัวโดยไม่ให้ฝืนลักษณะตามธรรมชาติ น้ำหนักตัวทั้งหมดอยู่บนเท้าขวา ลำตัวยืดตรง ยกหน้าอกสายตามองไปยังข้างหน้าในแนวระดับ เมื่อจะสืบเท้าก้าวไปข้างหน้า ให้ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วตบฝ่าเท้าลงไปกับพื้นให้เต็มฝ่าเท้าอย่างแข็งแรงโดยไม่ให้เข่างอ ในลำดับต่อไปให้เปลี่ยนน้ำหนักตัวทั้งหมดไปวางอยู่บนเท้าซ้ายแล้วเตะเท้าขวาออกไปข้างหน้าในลักษณะเดียวกันกับการเตะเท้าซ้ายออกไปในครั้งแรก และในขณะเดียวกันนั้นก็ให้สะบัดแขนและมือขวาเฉียงลงไปทางด้านหลังทางขวาจนรู้สึกว่าแขนเหยียดตึง หันหลังมือออกทางด้านนอกลำตัวโดยไม่ให้ฝืนลักษณะตามธรรมชาติ พร้อมกับยกมือซ้ายผ่านขึ้นมาทางด้านหน้าแล้วไปหยุดลงตรงประมาณแนวหัวเข็มขัด และให้ห่างจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่งฝ่ามือในลักษณะที่บิดฝ่ามือเฉียงลงไปทางข้างหน้าและยกศอกสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ให้ศอกกาง ลำตัวยืดตรง ยกหน้าอก สายตามองตรงไปยังข้างหน้าในแนวระดับ ลำดับต่อไปให้ก้าวสลับเท้ากันเดินต่อไปเช่นนี้เรื่อย ๆ ไป โดยพยายามรักษาจังหวะความเร็วในการเดินให้คงที่ไว้
เมื่อเดินเป็นแถวการก้าวและตบเท้าแต่ละก้าว ตลอดจนการแกว่งแขนจะต้องกระทำให้พร้อมกันทั้งแถว และรักษาลักษณะท่าทางในทุกอิริยาบถของการเดินให้องอาจ ผึ่งผาย และแข็งแรงอยู่เสมอด้วยการตบเท้าหนักตลอดเวลา

คำแนะนำสำหรับผู้ฝึก ในการฝึกลูกเสือ ถ้าผู้ฝึกประสงค์จะให้ลูกเสือฝึกปฏิบัติทีละขั้นตอน เพื่อผลในการตรวจการปฏิบัติของลูกเสือตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้เป็นไปโดยถูกต้องแล้วผู้ฝึกสามารถจะกระทำได้ โดยให้ใช้คำบอกเช่นเดียวกับเปิดจังหวะ กล่าวคือ เมื่อจะเริ่มต้นทำการฝึกท่าเดินสวนสนามให้ใช้คำบอก “ต่อไปจะฝึกเดินสวนสนามแบบปิดจังหวะ” “สวนสนาม, หน้า – เดิน” เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอกดังกล่าว ให้ทำท่าเตะเท้าซ้ายไปข้างหน้าก่อนแล้วค้างไว้และรอจนกว่าจะได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติต่อไป เมื่อผู้ฝึกจะให้ลูกเสือปฏิบัติในจังหวะต่อไป ก็ให้ใช้คำบอก “ต่อไป” เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “ต่อไป” จึงทำท่าเตะเท้าขวาออกไปข้างหน้าแล้วแกว่งแขนค้างไว้กระทำสลับกันไปเช่นนี้เรื่อยๆ
๖. ท่าหยุด
ท่าหยุด จะเป็นท่าที่ติดตามมาจากท่าเดิน ซึ่งช่วยทำให้การหยุดแถวของลูกเสือมีความพร้อมเพรียงกัน คำบอก "แถว-หยุด"
การปฏิบัติ
ในขณะที่กำลังเดินตามปกติ เมื่อได้ยินคำบอก "แถว-หยุด" ไม่ว่าเท้าข้างใดข้างหนึ่งจะตกถึงพื้นก็ตามให้ปฏิบัติเป็น ๒ จังหวะ คือ
จังหวะที่ ๑ ก้าวเท้าต่อไปอีก ๑ ก้าว
จังหวะที่ ๒ ชักเท้าหลังชิดเท้าหน้าในลักษณะท่าตรง อย่างแข็งแรง

๗. ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาเดิน

คำบอก “เปลี่ยนเท้า”
การปฏิบัติ การเปลี่ยนเท้าให้ปฏิบัติเป็น ๓ ตอนดังต่อไปนี้
ตอนที่หนึ่ง เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “เปลี่ยนเท้า” พอสิ้นเสียงคำบอก “เท้า” ในขณะที่เท้าซ้ายตกถึงพื้น ก็ให้ก้าวเท้าขวาเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ถ้าสิ้นเสียงคำบอก “เท้า” ในขณะที่เท้าขวาตกถึงพื้น ก็ให้ก้าวเท้าซ้ายเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวแล้วยั้งตัวหยุดไว้วางน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าที่ก้าวออกไปข้างหน้านั้น
ตอนที่สอง ในลำดับต่อไปให้เลื่อนเท้าอีกข้างหนึ่งซึ่งอยู่ข้างหลังขึ้นมาจนชิดกับเท้าหน้าในลักษณะให้ปลายเท้าหลังจรดกับส้นเท้าหน้า
ตอนที่สาม ในลำดับต่อไปให้ก้าวเท้าหน้า (ที่หยุดยั้งไว้ในตอนที่หนึ่ง) ออกเดินต่อไปในจังหวะการเดินเดิม สำหรับการแกว่งแขนและมือคงเป็นไปตามลักษณะของท่าเดิน
๘. ท่าซอยเท้า
ท่าซอยเท้าแบ่งออกเป็น ๔ ท่า คือ ท่าซอยเท้าเมื่ออยู่กับที่, ท่าหยุดจากการซอยเท้า, ท่าเดินจากการซอยเท้า และท่าซอยเท้าจากการเดิน
๑. ท่าซอยเท้าเมื่ออยู่กับที่ ท่าซอยเท้าเมื่ออยู่กับที่จะต้องทำต่อจากท่าตรงเท่านั้น

คำบอก “ซอยเท้า”
การปฏิบัติ เมื่อได้ยินคำบอก “ซอยเท้า” ให้ลูกเสือยกเท้าซ้ายขึ้นในทางดิ่งจนปลายเท้าสูงจากพื้นประมาณหนึ่งคืบ โดยยกส้นเท้าให้สูงขึ้นกว่าปลายเท้าเล็กน้อย พร้อมกับแกว่งแขนแล้วจัดมือในลักษณะเดียวกันกับท่าเดิน ในลำดับต่อไปให้วางเท้าซ้ายลงไปยืนกับพื้น ณ ที่เดิมในลักษณะย่ำอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันนั้นให้ยกเท้าขวาขึ้นให้สูงจากพื้นในลักษณะเดียวกันกับการยกเท้าซ้ายขึ้นในครั้งแรก แกว่งแขนและมือไปตามจังหวะของท่าเดิน ต่อไปวางเท้าขวาลงไปยืนกับพื้นในลักษณะเดียวกันกับการวางเท้าซ้ายลงในครั้งแรก แล้วยกเท้าซ้ายและขวาขึ้นลงสลับกันไปเรื่อย ๆ ในลักษณะย่ำอยู่กับที่
๒. ท่าหยุดจากการซอยเท้า

คำบอก “แถว – หยุด”
การปฏิบัติ ท่านี้มีสองจังหวะดังต่อไปนี้
จังหวะหนึ่ง เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “แถว – หยุด” พอสิ้นคำบอก “หยุด” ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่เท้าข้างใดตกถึงพื้นก็ตาม ให้ย่ำเท้าอีกข้างหนึ่งลงไปกับพื้นอีกครั้งหนึ่งแล้วยกเท้าอีกข้างหนึ่งให้สูงขึ้นจากพื้น (สำหรับมือและแขนนั้นคงแกว่งค้างไว้ในจังหวะของเท้าที่ยกขึ้นในลักษณะเดียวกันกับการก้าวเท้าในเวลาเดิน)
จังหวะสอง วางเท้าที่ยกค้างไว้นั้นลงไปยืนกับพื้นในลักษณะของท่าตรง พร้อมกับสะบัดแขนและมือที่แกว่งกลับมาอยู่ในลักษณะของท่าตรง
๓. ท่าเดินจากการซอยเท้า

คำบอก “หน้า – เดิน”
การปฏิบัติ เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “หน้า – เดิน” ลูกเสือจะได้ยินเสียงคำว่า “เดิน” ในขณะที่เท้าซ้ายตกถึงพื้น การปฏิบัติขั้นต่อไปให้ซอยเท้าขวาอยู่กับที่อีกครั้งหนึ่งแล้วจึงเริ่มเตะเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าในลักษณะของท่าเดินและเริ่มเดินต่อไป
๔. ท่าซอยเท้าจากการเดิน

คำบอก “ซอย – เท้า”
การปฏิบัติ เมื่อลูกเสือได้ยินคำบอก “ซอย – เท้า” พอสิ้นคำบอก “เท้า” ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่เท้าข้างใดตกถึงพื้นก็ตาม ให้ก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งเดินต่อไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวพร้อมกับยั้งตัวหยุดไว้แล้วเลื่อนเท้าหลังขึ้นมาจนเสมอกับเท้าหน้า พร้อมกับย่ำเท้าลงไปตรงข้างเคียงกับเท้าข้างที่หยุดไว้นั้นในลักษณะของการซอยเท้าอยู่กับที่ ต่อจากนั้นให้ทำท่าซอยเท้าอยู่กับที่
ที่มา : https://sites.google.com/a/ptt2.go.th/kxng-kickar-luk-seux-rongreiyn-wad-kheiyn-khet/baeb,
และคู่มือการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ วิชาระเบียบแถวลูกเสือ
.........................................
แผนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
www.edbathai.com
.........................................
คัดลอกLinkเพื่อแชร์ : https://citly.me/qZsSt







